วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558
NSM :New Social Movement and OSM of nation.
วันศุกร์ที่1พฤษภาคม
วันศุกร์ ผมไม่ได้ฟังนายกทหาร ในวันแรงงานแห่งชาติหรือเมย์เดย์ และผมทบทวนขบวนการเคลื่อนไหว กับหนังสือวิถีชีวิต วิธีสู้ ซึ่งอ.ผาสุก และคนอื่นๆ ที่มีการเขียนวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายซ้ายกับขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมรูปแบบใหม่(NSM) และอ.วรวิทย์ :คนงานหญิง สหภาพแรงงาน และเอ็นจีโอกับกระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพ ความปลอดภัย(2545)เป็นต้น
ต่อมาหนังสือ รื้อฟื้นการต่อสู้ จากซ้ายเก่าสู่ซ้ายใหม่ ปี2547 โดยอ.ใจ อึ้งภากรณ์ และคณะ กล่าวถึงปัญหาบางด้านของวิถีชีวิต วิธีสู้ โดยการวิจารณ์แนวการต่อสู้ที่ใช้ แฟกซ์ อินเตอร์เน็ท และอีเมล์ แทนการปลุกระดมมวลชนจริงๆ โดยกรณีหลายเรื่องยกตัวอย่างสี่ประเด็นท้าทายทฤษฎีและการปฏิบัติของNGO ที่มีการวิจารณ์เอ็นจีโอ กับสหภาพแรงงานฯ รวมทั้งวิจารณ์ต่างประเทศ เช่น Empire –เนกรี่-นาโอมิ ไคลน์-ซาปาติสต้า ฯลฯ เป็นการเล่าย่อๆ คล้ายกับเรื่องที่เคยเขียนการวิจารณ์อนาธิปไตย โพสต์โมเดริน์ และแนวทางที่สาม(รวมทั้งกลุ่มนศ.ภาคเหนือ ฯลฯ ในหนังสือขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม)
อย่างไรก็ดี เรื่องเล่าบทเรียนทางวิชาการ ในแง่ทฤษฎีต่างจากปฏิบัติ ที่มีบริบท ข้อเท็จจริง ข้อจำกัด เช่น ผมเคยคิดทฤษฎีเอง กลายเป็นเพียงจินตกรรม(ฮร่า) แต่คำถาม คือ หลังพฤษภาคม จากค่าจ้างถึงปัญหาเชิงโครงสร้างการเมืองของทหารกับกรรมกรหายไป จะกลับมาสำคัญหรือไม่?
ปิดท้าย หนังสือขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมของอ.ใจ พร้อมลายเซ็นต์กลายเป็นหนังสือราคาพันกว่าบาทแพงขึ้นกว่าราคาเดิม ที่ผมเคยค้นเจอคนขายทางเน็ตฯ แต่ผมไม่มี ครับ^^
รุ่นพี่ บอกฝากขายหนังสืออ.ใจ แม้ไม่มีลายเซ็นต์ราคาไม่แพงสนใจติดต่อผ่านผมทางข้อความมาซื้อต่อได้ แถมหนึ่งแก้ว ครับ^^ราตรีสวัสดิ์ ฟังเพลงเล่นๆ :ใจความสำคัญ (Ost. รักหมดแก้ว Love On The Rocks)
วันเสาร์ที่2 พฤษภาคม
พวกผมแวะร้านอาหารเสน่ห์ชายน้ำ เลยถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน ครับ^^
ผมลองชิมแล้วผัดฉ่าปลาบึกของสเน่ห์ชายน้ำ (ดูเพิ่มเติม:ชวนชิมปลาบึกยักษ์จากเหนือเขื่อนภูมิพล…) มีโอกาสจะไปลองปลาบึกต้มยำ,ต้มโคล้ง,ลวกจิ้ม(ฮร่า)
http://www.sanaechainam.com/
ราตรีสวัสดิ์ ครับ
วันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม
ร้อนๆ ต้องทำใจให้เย็น นึกถึงอยากลองไปนอนเรือนไทย ปั้นลมประเภทที่เรียกว่า หางปลา
http://www.laksanathai.com/book2/p226.aspx
(ดูข้อมูลเพิ่มเติมจากหนังสือลักษณะไทยของเมืองไทยและคนไทยผ่านทางวัฒนธรรม)ความรู้เปรียบเป็นน้ำ-แม่น้ำ-สายน้ำ ประยุกต์เป็นเรือนไทย ไม่ให้น้ำท่วมหัวเอาตัวไม่รอด ครับ
ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม
วันที่ร้านตัดผมแนะนำทรงผมฤดูร้อน และตัดผมง่ายกว่าตัดใจผูกพัน…คำคมไปนอนเปิดพัดลมตั้งโต๊ะสองตัว ถอดเสื้อนอนก่อน ครับ^^
วันอังคารที่ 5 พฤษภาคม
หลายวันก่อนเพื่อนนักเขียนโทรมาถามว่าผมทำอะไรอยู่ผมตอบว่ากำลังเล่นเฟซฯ แล้วเพื่อนพูดว่า คุณใช้คำว่าเล่นเหรอ คุณโพสต์สเตตัสวันละหนึ่งโพสต์ เนี่ยน่ะ ผมตอบใหม่ไปว่าผมใช้คำผิด ผมใช้เฟซฯไม่ได้เล่นเฟซฯ ฮร่าๆ
ผมอาจจะต้องอธิบายเพิ่มเติมผมใช้เฟซฯ ใช้เวลาค่ำๆใช้น้อยกับเฟซฯเหมือนเดิม เผื่อจะแวะไปหาที่ถ่ายภาพเล่นๆ เช่น วันก่อนบังเอิญเจอกองถ่ายหนังใหญ่ มีรถ มีนักแสดงตัวประกอบเยอะ จัดฉากถ่ายสงกรานต์ตรงประตูช้างเผือก ครับ^^
ราตรีสวัสดิ์
วันพุธที่ 6 พฤษภาคม
ฉายหนังสั้นบ้านของผม งานโปรดักชั่นเล็กๆ ผ่านทางYoutube แท็กทีมงานและนักแสดง หลังจากถ่ายทำไปเป็นปีแล้ว โดยขอบคุณทุกคนถึงมิตรรักนักดูหนังยังติดตามต่อไป น่ะ ราตรีสวัสดิ์ ครับ ^^
วันพฤหัสที่ 7 พฤษภาคม
ผมเห็นภาพข่าวประชาชนพื้นที่่ร่วมจัดงานครบรอบ 1 ปีแผ่นดินไหวเชียงราย และดูภาพแอบพลิเคชั่นปลาอานนท์* (สัญลักษณ์สื่อเรื่องปลาอานนท์พลิกตัวแผ่นดินไหว)แล้วนึกถึงหนังสือเรื่องน้ำ:บ่อเกิดวัฒนธรรมไทย** วิธีคิดและการอธิบายเหตุผลโยงเรื่องน้ำ เกี่ยวโดยทางอ้อม เช่น กรณีหอยสังข์และนารายณ์อวตาร แนวความคิดระบบภูมิจักรวาลอันมีเขาพระสุเมรุอยู่ศูนย์กลาง(ดูเพิ่มเติมลิงค์)
*ข่าวhttp://www.pptvthailand.com/news/11018
**น้ำ:บ่อเกิดวัฒนธรรมไทยในหนังสือลักษณะไทย
http://www.laksanathai.com/book2/p274.aspx
ปกหนังสือน้ำฯhttp://uauction4.uamulet.com/AuctionDetail.aspx?bid=78&qid=33555
ราตรีสวัสดิ์
วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม
วันศุกร์ นายกทหารพูดไรเหรอ? ไม่รู้ เปิดทีวีเจอวิษณุ แต่การเมืองซับซ้อนโยงใยหลายเรื่องหนึ่งสื่อทีวี มีพลัง :สื่อมวลชน ในแง่หนังสือผมคิดเพิ่มเติมเรื่องการต่อสู้ทางชนชั้นของหนังสือSIAM MAPPEDฯเป็นตัวอย่างหนึ่ง เห็นการเปลี่ยนแปลงอุดมการณ์เป้าหมายของการเมืองภาคประชาชนปี2535 ขบวนการเมืองของมวลชน กลายเป็นการต่อสู้ทางชนชั้น…หายไป
ต่อมาการทบทวนกลุ่มเคลื่อนไหวอ.ใจ 2547-2549จากหนังสือขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในไทย ซึ่งเน้นม.เที่ยงคืน และการก่อตัวของหนังสือกลุ่มฟ้าเดียวกัน(อ.สมศักดิ์ เจียมฯ)
หลังจากรัฐประหาร 49 เริ่มมีกลุ่มใหม่ตั้งขึ้นมายกตัวอย่างพีทีวี(สื่อก่อนเป็นเสื้อแดงและสื่อมวลชนวอยซ์ทีวี-พีซทีวี58) กลุ่มพี่สมบัติ บุญฯ(สายเอ็นจีโอ ฯลฯ)ประกายไฟ ฯลฯ หลังปี2553 กลุ่มใหม่อย่างกลุ่มนิติราษฎร์(ที่มีบางคนบทบาทตั้งแต่รัฐประหาร49) Book :Republic(ที่เชียงใหม่หลังปี53) ฯลฯ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี กลุ่มต่างๆ นานา หรือปัจเจก(ในนามนักวิชาการ สามัญชน ฯลฯ) และยุทธศาสตร์/ยุทธวิธี (1.ปัญหามวลชนของนักวิชาการ 2.รัฐธรรมนูญ-รัฐสวัสดิการฯลฯ) ผู้คนดีขึ้นกว่าปี49 อย่างน้อยโจทย์ประชามติ เป็นการท้าทายคล้ายปี50-ปี58 ปะทะRoad Mapของคสช.(หลายปัญหาย่อๆ ในทัศนะผม)
ดังนั้น SM(ขบวนการเคลื่อนไหวสังคมไทย)ของไทยๆ โยงใยความผูกพันกับความรักชาติ เหมือนกับบ้านอย่างแยกไม่ได้ง่าย(ผมคิดเองสรุปจากคำศัพท์attachment ดูนอกเหนือคำศัพท์Engฯ-ผูกพัน ดูเพิ่มเติมภาพประกอบในหนังสือICหรือชุมชนจินตกรรมฯเชื่อมโยงSIAM MAPPEDDฯ ที่มีแผนที่ไตรภูมิจักรวาล)*
สรุปผมเล่าย่อๆ ความทรงจำของผม มองแง่ดีของSM ครับ^^
*ภาพประกอบปี2554 ผมถ่ายรูปกับอ.เบน แอนเดอร์สัน ผู้เขียนหนังสือICหรือชุมชนจินตกรรม :บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม
วันนี้ผมเจอกับกลุ่ม-ติดต่อธุระกัน กลับมาราตรีสวัสดิ์กับเพลง Progress (The Dream Before)
วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม
วันปรีดี ผู้เขียนนิยายพระเจ้าช้างเผือก เป็นงานเขียนเชิงนวนิยายเล่มแรกและเล่มเดียวของนายปรีดี พนมยงค์ และเป็นนวนิยายไทยเล่มแรกที่เขียนต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษ สะท้อนความรักสันติภาพผ่านพุทธ-รามเกียรติ์ ฯลฯ และหนังพระเจ้าช้างเผือกอำนวยการสร้างและเขียนบทโดย ปรีดี พนมยงค์ ซึ่งผมในฐานะเคยเขียนบทความเรื่องพระเจ้าช้างเผือก*
ร่่วมรำลึกด้วย ครับ
*http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15265
**ภาพประกอบจากเว็บปรีดีฯ
ราตรีสวัสดิ์ ครับ
วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม
วันศุกร์รายการทีวีนายกทหารอีกแล้ว ทำให้ผมคิดถึงเรื่องฟ้าเดียวกันจัดสัมมาระดมความคิดเห็นนักวิชาการจำนวนมาก ที่เชียงใหม่ และอ.เบน*พูดว่าเราต้องวิเคราะห์วิกฤตการณ์นี้ วิกฤตการณ์โน้น เราต้องวิเคราะห์วิกฤตการณ์และหาทางออก
ฉะนั้น ทางออก ที่เรามองหาก็ดูเหมือนจะเป็นทางออกในระยะสั้น ว่าเราต้องทำอะไรปีนี้หรือปีหน้า แต่ถ้าเราลองทำตรงกันข้ามและถามตัวเองว่าเราต้องการอะไรในอีกสิบปีข้างหน้าและมองย้อนกลับมา เพราะทุกสิ่งทุกอย่างก็อาจจะใช้เวลาประมาณ 10ปี(ในการเปลี่ยนแปลง)…
เมื่อผมอ่านประโยคนี้เสร็จ..จะ10ปีเหมือนเดิม หรือ แย่กว่าเดิมถดถอย ฯลฯ!?! ส่วนประเด็นอ.เกษียร รำลึกพฤษภา 35 ถึงการเมืองภาคประชาชน-มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน(อ.นิธิ)ด้วย …
ทว่าเครือข่ายความสัมพันธ์ทางภววิสัยได้พ่วงพาเข้ามาอยู่ใน…network ด้วย…. ดังนั้น พันธมิตรดังกล่าวไม่ได้เพิ่งมาก่อตัวเมื่อจัดตั้ง ‘พธมฯ’…หากมีการปูพื้นมานานกว่าที่จะเดินมาถึงจุดนี้ และเมื่อมาย้อนคิดดู พูดตรงๆถ้าสิบปีที่ผ่านมา ผมไม่ไปร่วมกลุ่มนี้แล้ว จะให้ไปร่วมกลุ่มไหน?(บริบท2ไม่เอาทักษิณ/พธมฯ)
สรุปแล้ว ผมเล่าย่อๆจะ10ปีผ่านไป(49-57-58) ซึ่งประเด็นอื่นๆที่คุยกันมีมากทั้งของอ.ธงชัย กับอ.ผาสุก ในเรื่องขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม(อ้างถึงหนังสือวิถีชีวิตวิธีสู้ฯ) ที่มีคำพูดถึงOrganize กับGlobalized(โลกาภิวัตน์) และSocial movement** เป็นต้น
โดยผมจับประเด็นSM(การเคลื่อนไหวสังคมไทยๆปฎิรูปการเมืองและมวลชนหลังปี53นปช.พธม.กกปส.กับชาติ) เปลี่ยนแปลงบ้าง และผมคิดใหม่ทบทวนพร้อมข้อเสนอมาต่อเนื่องเรื่องSM/กลุ่มแล้วหาทางออกในระยะเวลาRoad Mapสั้น(เร็ว)-ยาว(ช้า) ครับ
*ภาพหนังสือเนื้อหาIC บริบทปี1979ทั้งเรื่องAngel/Map/Global ฯลฯ และภาพถ่ายผมกับอ.เบน ผู้เขียนIC หรือชุมชนจินตกรรมฯ^^
**ฟ้าเดียวกัน ฉบับ “โครงการเปลี่ยนประเทศไทย” ดู4 ก.พ. 48 ไทยรักไทย จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียวเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์(การจัดงานดูเพิ่มเติมวารสารฟ้าเดียวกันและข้อถกเถียงหาทบทวนบทเรียนอดีต ปัจจุบันแก้ไขอนาคต)http://somsakcouppostings.blogspot.com/
[ ดูnote อ.สมศักดิ์ เจียมฯ -อ.ธงชัย -อ.ใจ กับพรรคแนวร่วมภาคประชาชน ฯลฯ บริบทในช่วงเวลาก่อนและหลังรัฐประหาร 49]…)
http://www.sameskybooks.net/journal-store/04-3/
ภาพประกอบผมตัดต่อรวบรวมข้อมูล และถ้อยความอ.สมศักดิ์ ยุคนั้นที่น่าสนใจข้อมูลจากเว็บค้นคำว่าเครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร
สัมภาษณ์พิเศษ : เครือข่าย 19 กันยาฯ กับงานรณรงค์ครั้งใหญ่สุดในชีวิต ‘โหวตไม่รับรัฐธรรมนูญ’
ราตรีสวัสดิ์ ส่งท้ายพร้อมเพลงThe Dream Before(Progress) …She said, What is history? And he said, History is an angel Being blown Backwards Into the future
He said: History is a pile of debris And the angel wants to go back and fix things To repair the things that have been brokenครับ^^
วันที่ 17 พค
เมื่อผมได้ข่าวว่าเทศบาล ที่เชียงใหม่ ให้บริการรถจักรยานปั่นฟรี หนึ่งชั่วโมง จึงแวะไปที่ท่าแพ เห็นจักรยานอ่านรายละเอียดต้องใช้การ์ดเปิดเอาจักรยานได้ คนเดินผ่านไปมา ทั้งฝรั่งคนไทยมาคุยดูจักรยาน และวันอาทิตย์ถนนคนเดิน เห็นทหารสองคน กำลังดูว่างๆ จากตรงกองอำนวยการ เขายืนดูคนเล่นกีตาร์
โดยผมเดินเข้าไปถามเรื่องจักรยาน เค้าอธิบายเหมือนกับที่ผมอ่าน แต่ผมถามว่าแล้วการ์ดอยู่ไหน เขาบอกว่าไม่รู้ ผมเลยถอย เดี๋ยวหาว่าผมก่อกวน จับผมอีก
ขณะที่คนมาส่งข้าว พวกป้าๆ กำลังชูสองนิ้วถ่ายรูปกับทหาร(ฮร่า)
ผมเลยออกมายืมจักรยานคนแถวชุมชนนอกเมือง แทน อย่ามีนายกคนนอกเป็นทหาร แด่รำลึก17พฤษภา 35ครับ^^
*ภาพประกอบขี่รถถีบแอ่วชุมชน ครับ
วันที่ 18 พค.
ผมไปเดินห้างฯ ไม่รู้มีงานเรื่องPray for Nepal เห็นคนใส่เสื้อกับจัดกิจกรรม ตรงโรงหนัง ต่อมาผมได้เสื้อเลยถ่ายรูปกับเสื้อ(ตัวใหม่) รูปการ์ตูนซุปเปอร์แมน* ฮีโร่ของวัฒนธรรมป็อบยังไม่หายไป ตอนที่เห็นเสื้อการ์ตูนไอ้มดแดงก่อน อยากใส่นึกถึงหนังหนุมานกับไอ้มดแดง หรือหาไม่เจอรูปก็อดซิลล่า นึกถึงหุ่นการ์ตูนก็อตซิลล่า (ฮร่าๆ ราคาทองคำแท้49ล้าน) แต่ไปๆมาๆ ดูแล้วเสื้อซุปเปอร์แมนดูดี และคนขายเชียร์มีโลโก้เห็นชัดเข้ารูปด้วย
ทั้งนี้ ผมเคยเห็นมีนักเขียนการ์ตูนเคยเขียนล้อไทยแลนด์กรณีชาติพันธุ์Karenอย่างย้อนแย้งผลักส่งคืนหญิงKaren(กะเหรี่ยง) แต่ไม่ส่งคืนหมีแพนด้าไว้
อย่างไรก็ดี นัยยะประเด็นของวัฒนธรรมประชานิยม หรือpopular cultureกับชาติ ก็มีคนเขียนไว้ ไม่รู้เพียงข้อสังเกตต่อ โรฮีนจา(ฮิงญา)ในฐานะรัฐชาติไทย พม่า อาเซียนและโลก ในยุคโลกาภิวัตน์ ครับผม แค่เล่าเรื่องซื้อเสื้อกับการ์ตูน**
*ซุปเปอร์แมนดูCultural Studies: An Anthology
http://as.wiley.com/WileyCDA/WileyTitle/productCd-1405145765.html
**แรงบันดาลใจกรณีคนโทรมาคุยเรื่องโรฮิงญา แถมข้อมูลการ์ตูน ครับ
http://www.prachatai3.info/english/node/978
วันที่ 19 พค
ผมนึกถึงวันเวลามาทบทวนความทรงจำ หลังล้มรัฐบาลชาติชาย พรรคชาติไทย โดยรสช.กับบริบทเงื่อนไขของการเกิดระบอบทักษิณ ที่มีการพูดว่าเกิดจากพรรคประชาธิปัตย์ พัฒนาระบบเลือกตั้ง สร้างภาพลักษณ์ต่อต้านเผด็จการทหาร ซึ่งมุกว่าพรรคเลวน้อยกว่าพรรคอื่น โดยยกตัวอย่างชวน เป็นนายก2สมัยไม่มีนโยบายชัดเจน ไม่ปฏิรูปการเมืองและยังปฏิเสธการเมืองภาคประชาชน ฯลฯ*
ต่อมาพรรคไทยรักไทยขึ้นมาการเมืองภาคประชาชนปี 2548 มีปัญหายุคคสช.สืบถึง ‘มาร์ค’ฉะระบอบ’ทักษิณ’ต้นเหตุขัดแย้ง**
เมื่อประชาธิปไตยตัวแทน ไม่สำเร็จลงมาเป็นการเมืองบนท้องถนนอย่างกปปส. แปลกแยกจากเดิม โดยผมทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับบางด้านภาคประชาชน คิดในแง่ต่อยอด ทบทวนก่อนลืม ถึงเวลากลับมาอ่านใหม่ หนังสือการเมืองภาคประชาชนฯ (2548) ครบ10ปี มีเรื่องกลุ่มต่อต้านระเบิดแก่งแม่น้ำโขง-กลุ่มนกน.ฯลฯ*** และหนังสือเก่ากว่านั้น คือ ปรีดี เขียนเราจะต่อต้านเผด็จการได้อย่างไร?(อ้างซุนวู:รู้จักเขา และรู้จักเรา…)
สรุป ผมทบทวนไม่ลืมเรื่องเก่าเล่าใหม่ ทำให้คิดใหม่ เหมือนกับอยากอ่านหนังสือ หรืออ่านบทกวีเพื่อค้นหาวันเวลาในความทรงจำที่หายไป**** ครับ
*ผมย่อมาจากระบอบทักษิณวิพากษ์ปริทรรศน์ (1)ม.ค.47..ฟ้าเดียวกัน ได้จัดสัมมนาระดมความคิด..ปัญญาชน.. (ใจความทั้งหมดของสัมมนา..ฟดก.)http://w3.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9470000002096&TabID=1&
ดูเพิ่มเติม “วัฒนธรรมการเมืองไทยในยุคทักษิณนิยม”
http://www.sameskybooks.net/journal-store/02-1/
ประเด็นเรื่องพรรคการเมือง กรณีหนังสือจิตสำนึกและอุดมการณ์ของขบวนการประชาธิปไตยร่วมสมัย(องค์กรพัฒนาเอกชน ; เอ็นจีโอ กับสหภาพแรงงาน2539)
http://www.mhtech.dmh.go.th/library/dublin.php?ID=2817#.VVs2PLmqqko
**’มาร์ค’ฉะระบอบ’ทักษิณ’ต้นเหตุขัดแย้ง
http://www.dailynews.co.th/politics/321768
กปปส.พร้อมคืนรัง ปชป.เข้าสู่ระบบเลือกตั้ง | เดลินิวส์„กปปส.ยังจะจับตาดูการปฏิรูปของ คสช.ต่อไป และหากในอนาคตพรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นรัฐบาล และทำไม่ดี เราก็พร้อมจะออกมาเคลื่อนไหวอีก(ไม่เห็นด้วยประชามติฯลฯ) “อ่านต่อที่ : http://www.dailynews.co.th/politics/320275
หรือข่าวพระสุเทพ จะเป็นเอ็นจีโอ-ข่าวมติ คสช.-ครม. ให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฯลฯ
***หนังสือการเมืองภาคประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยไทย และภาพประกอบcapture ปี53 นักวิชาการเครือข่ายยังไม่กว้าง กับรายชื่อกลุ่มแนวร่วมเกษตรกรภาคเหนือ(นกน.) กลุ่มประชาธิปไตยเพื่อรัฐสวัสดิการ ฯลฯ มีชื่อผมพูด แต่ผมแจกเอกสารไม่ใช่ผมพูดหรือเขียนด้วยครับ^^
****ภาพผมอ่านบทกวี ปี53 กลับมาทำภาพใหม่แด่19 พ.ค.53
ราตรีสวัสดิ์กับ เพลง The Dream Before(Progress)History is angel ผมชอบหนังTerminator เวอร์ชั่นนี้ แม้ไม่เคยดู เพราะเพลงนี้และผมเคยเขียนเรื่องสั้นแก่นปัญหาปี53ย้อนอดีตคล้ายเรื่องTerminator อยากทำเป็นหนังสั้นดูด้วย ครับ
วันที่ 20 พค
หลวงพี่ยิ้ม และคุยกับผม คนไทยหรือเปล่า ? ผมยิ้มตอบคนไทย เพราะคนจีนเยอะเนอะ บทสนทนาสั้นๆ ทักทายอารมณ์ดีเดินผ่านทาง เพราะ สามสี่วัน ที่ผ่านมานี้ผมแวะวัดหลายวัด ไหว้พระ เช่น วัดเชียงมั่น
เมื่อผมคิดถึงอดีตความทรงจำและหลงลืม เหมือนกับบางคนตีความเพลง Auld Lang Syne แต่งเพื่อระบายความรู้สึกหวนหาอดีต คิดถึงเพื่อนเก่า คนรักเก่า วันเวลาเก่าๆ ทำให้ผมชอบฟังเพลงนี้ขึ้นมาด้วย น่ะครับ
*ภาพประกอบผมใช้กล้องมือถือถ่ายรูปเจดีย์วัดช้างเผือก ในอดีต และภาพจากสตรีทวิว เส้นทางเชียงใหม่กับตึกสัญลักษณ์รูปแผนที่ไทย
ราตรีสวัสดิ์กับ เพลงAuld Lang Syne เวอรชั่นMairi Campbell เพลงสกอต และเพลงสามัคคีชุมนุมได้ทำนองจากเพลงนี้ เข้าใจกันว่าเพลงดอกประดู่ เพลงสัญลักษณ์กองทัพเรือ ดัดแปลงทำนองด้วย ที่มาของเพลงดอกประดู่โยงเรื่องแม่น้ำโขง และเพลง Auld Lang Syne แต่งโดยกวี นักคิด นักประพันธ์เพลง“โรเบิร์ต เบิร์นส์”ถูกขนานนามให้ว่าเป็น “ลูกชายแห่งสกอตแลนด์”กวีแห่งชาติสกอต ครับhttps://www.youtube.com/watch?v=TWT-4UTwdE8
วันที่22 พค.58
วันศุกร์ นายกทหารออกทีวี รำลึกครบรอบ1ปีชวนหลับมาก และผมอ่านข่าวเจอบิ๊กตู่ พูด..ที่ผ่านมา 1 ปี เป็นเพียงหนังตัวอย่าง มีทั้งดาวดีและดาวร้าย แต่ดาวร้ายอาจจะเยอะ เดี๋ยววันหน้าก็ต้องเสียเวลาคัดดาวดีอีก เสียเวลาคัดดารามาอีก แต่ต่อไปใครมาจะทำหนังแล้วแต่ท่าน เอาอะไรก็ว่ามา รัฐธรรมนูญเขียนไว้ อยากบอกว่าผมไม่ได้อยากอยู่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ อยากไป..
เมื่อไหร่จะไปได้ก็ดี ในไทยแลนด์ ทุ่มงบประมาณจากภาษีประชาชน ในอดีตการรณรงค์การเมืองไทยไม่นอนหลับทับสิทธิ์(วาทกรรมนี้หายไปไหน) แล้วเราไม่เสียดายก็กลับไปนอนหลับทับสิทธิ์ ในยุคโลกาภิวัตน์ ความหมายเกี่ยวกับโลกถูกย่นย่อเวลาและพื้นที่จากแนวคิดเดวิด ฮาวีย์ พวกต่างประเทศสงสัยเราว่าเวลาของเราหมุนกลับไปที่เดิม
แม้ผมชื่อบอย แต่ไม่ได้บอยคอตเลือกตั้ง 57** นี่เป็นสิทธิเสรีภาพ ที่แสดงออกอย่างสันติ ครับ
*”บิ๊กตู่”ไม่ภูมิใจนั่งเก้าอี้นายกฯ ชี้ 1 ปี คสช.แค่หนังตัวอย่าง | เดลินิวส์
**ครบรอบหนึ่งปีเลือกตั้ง 57 :ความจริง โดยปล่อยคลิปYoutube ที่พวกผมถ่ายทำบันทึกเหตุการณ์จากเชียงใหม่ ลำพูนถึงกรุงเทพฯ Shut down-รัฐประหาร รากความขัดแย้งครบรอบ10ปี
ราตรีสวัสดิ์ ^^
29 พค 58
วันศุกร์รายการทีวี ดูประยุทธ์พูดแว่บๆ ก่อนเวลาสองทุ่มครึ่ง เมื่อวานบิ๊กตู่พูดออกสื่อ…เมื่อวันก่อนผมได้ดูหนังเกี่ยวกับประธานาธิบดีลินคอล์นที่ต่อสู้เพื่อการเลิกทาส ผมจำคำพูดที่ว่าความเท่าเทียมไม่มีจริงในโลก แต่เราสามารถสร้างความเท่าเทียมได้ โดยการเขียนกฏหมาย ซึ่งเรากำลังทำอยู่ และอีกคำคือคำพูดที่ว่า การประท้วงของประชาชนไม่ใช่ความผิด*…
ดังนั้น ผมนึกถึงเพื่อนบังเอิญเจอกันโดยไม่ได้นัดหมาย เขายิ้มเดินมาบ่นรายได้โชว์เงิน สลับกับพูดคุยกันหลายเรื่องราวต่อกัน แต่ผมนัดเจออีกคนไว้ ไม่ได้ไปกินข้าวด้วย ก่อนจากกันผมจำได้เพื่อนโทรไปคุยกับรุ่นพี่อีกคน “พี่ๆ xมาจากเชียงใหม่” ผมคิดในใจเรื่องเพื่อนจำชื่อผมผิดปล่อยผ่าน เหมือนกับบางคนที่ผมเคยเจอจำชื่อผมผิดเป็นคนเดียวกับx (ฮร่า)
อย่างไรก็ดี ผมกว่าจะถึงกรุงเทพฯติดต่อผู้คนต่างๆนานา ตอนเย็นย่ำค่ำของวันที่23 พค 58 ต่อมาผมคิดได้ว่าน่าถ่ายรูปคู่เซลฟี่ กับเพื่อนกึ๋ยแท็กซี่แห่งกลุ่มพลเมืองโต้กลับกำลังออกข่าวโดนคดีประท้วง เพราะผมนัดอีกคนอยากแยกไปกินอาหารจีน แล้วตื่นมารุ่งเช้าบังเอิญ เห็นวสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินที่สัมภาษณ์ว่าจะทำคลิปเขาตอนถ่ายเหตุการณ์ เลือกตั้งปี57 ที่หอศิลป์ และถ่ายบรรยากาศสต็อกไว้อาจทำหนังสั้น โดยเขาเดินผ่านแถวที่ผมไปธุระงาน ทำให้ผมคิดเรื่องชะตากรรมมีดีมีผ่านพบกัน ครับ^^
* “ประยุทธ์” ยันคสช.ไม่รังแกใคร | เดลินิวส์ http://www.dailynews.co.th/politics/324345http://www.dailynews.co.th/politics/324345
ราตรีสวัสดิ์กับ Five for Fighting
เพลง Superman – It’s Not Easy – 2013
30 พค.58
ผมถ่ายภาพระหว่างการเดินทาง เป็นการบันทึกไว้ และผมมาคิดถึงความหมายของคำว่า “เต๋า” ซึ่งเป็นเอกภาพของสรรพสิ่งทั้งมวลนี้มีความหมายว่า “หนทาง หรือวิธี” ซึ่งเป็นหนทางที่ไร้ทาง นั่นคือ เราไม่สามารถเห็นหนทางนี้ด้วยการเห็น ไปไม่ได้ด้วยการเดินแต่เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง เป็นหนทางที่มีจุดหมายแฝงอยู่ในตัวเอง เป็นบ่อเกิดและเป็นจุดหมายสุดท้ายของเอกภพ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยคำพูดหรือเหตุผล นอกจากการเปรียบเทียบ แต่การเปรียบเทียบก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ถึงเต๋าตัวจริง(ข้อมูลเน็ต)….สำหรับผมเต๋า คือ วิถีทาง ครับ^^
ราตรีสวัสดิ์กับเพลงLaurie Anderson – O Superman(เพลงที่ได้อิทธิพลของเต๋าด้วย)
31 พค
ภาพถ่าย+งานเขียนเรื่องสั้นกับงานศิลปะAbstarct-Expressionist-conceptual ออกแนวจิตวิญญาณตะวันออก ตอนแสดงงานร่วมกับศิลปินหลายคน ที่พิพิธภัณฑ์เชียงใหม่ ปี47 ลงนสพ.โพสต์ทูเดย์ ฉบับ 5กพ 48 แป๊บๆ เวลาผ่านไปสิบปีแล้วเหมือนฝันไปราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
10ปีThesisของผมกับบันทึกการเมือง
วันศุกร์ที่3 เมษายน
วันศุกร์นายกฯพบประชาชน พูดถึงเรื่องเรากำลังจะเป็นประชาคมอาเซี่ยน(*)…
เมื่อผู้นำนายกฯทหารไทยตอนนี้อยากให้มองตัวอย่างเขตเศรษฐกิจฐานวัฒนธรรมเอกภาพจีน-มาเลย์(ฯลฯ) เป็นต้นแบบอย่างที่ดีของสิงคโปร์
แต่การสร้างชาติไทย ในความเป็นไทย นั่นแหละความซับซ้อนของความเป็นไทย ทั้งปัจจัยภายนอกความเป็นไทยกับภายในไทยวกวนเอง ซึ่งผมคิดถึงหนังสือสองเล่มเสนอด้านชาตินิยม ที่มีอิทธิพลต่อกันและกัน โดย Siam Mappedฯ(แผนที่สยามฯหรือSM) กับชุมชนจินตกรรมฯ(Imagined CommunitiesฯหรือIC) เนื่องจากIC มาก่อนเป็นอิทธิพลให้SM โฟกัสเจาะลึกเฉพาะสยามเปรียบเทียบกับโลก และส่งอิทธิพลIC ฉบับพิมพ์ครั้งที่สองจากเปรียบเทียบการสร้างชาติ ฯลฯ กลับมาเฉพาะเจาะจงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กรณีตัวอย่างแผนที่สยามฯนำไอเดียบางด้านเรื่องประวัติศาสตร์โฆษณาชวนเชื่ออ้างอิงOrwell เป็นนักเขียนนิยายเรื่อง1984( novel :Nineteen Eighty-Four) กล่าวถึงโลกทหารเต็มไปด้วยบิดเบือนความจริง
ปิดท้าย ผมเคยทำรายงานสมัยเรียนป.โท การเมืองเปรียบเทียบไทยกับฟิลิปปินส์ ทำให้สะท้อนใจว่า ความต่างของการพัฒนาการกองทัพฟิลิปปินส์ยืนกราน ทหารยังคงจงรักภักดี(ผมไม่ได้ดูบริบทภาษาอังกฤษ)ต่อประธานาธิบดีเบนิกโนอาคีโน ผู้นำประเทศ เท่ากับเป็นการสยบข่าวลือที่ว่าจะมีการทำรัฐประหาร กลับกันทหารไทยใช้วิธีพิเศษโดยกฏอัยการศึกยึดอำนาจรัฐประหารด้วย
เมื่อให้ทหารเป็นรัฐบาลไม่ต้องเลือกตั้งให้วุ่นวาย ไม่ต้องมีรัฐบาลพลเรือน หรือเราอยู่ในชุมชนจินตนาการเหมือนนิยายไทยแลนด์ ในภูมิภาคอาเซียนและโลกาภิวัตน์ครับ
*วันนี้แท็กทีมกันมาหลังจากนายกฯพูดออกทีวีเลยน่ะ ครับ
**ภาพประกอบหนังสือIC(ถึงSM-MAP)-แคปฯเก็บหลักฐานไว้บันทึกการแลกเปลี่ยนของผมกับเฟซฯพี่พันธศักดิ์ กลุ่มพลเมืองฯ ที่จัดเลือกตั้งที่(รัก)ลัก รวมทั้งอ.สมศักดิ์ ฯ ที่รู้จักกับผม ในอดีตตั้งแต่ยุคเว็บบอร์ดม.เที่ยงคืน-เคยฟังผมนำเสนอส่วนหนึ่งของThesis ตอนนี้เป็นผู้ลี้ภัยออกจากภูมิศาสตร์เขตแดนไทยแลนด์
***ภาพประกอบขำขำผมกับนายกฯ-ข่าวกองทัพฟิลิปปินส์ลั่นไม่รัฐประหารอาคีโน เดลินิวส์ 16 ก.พ. 2558
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1038796206149607&set=pcb.1038798942816000&type=1
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1038796559482905&set=pcb.1038798942816000&type=1
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1038796652816229&set=pcb.1038798942816000&type=1
วันศุกร์ที่ 10 เมษายน
วันนี้10เมษาฯ ผมดูนายกฯทหารออกทีวี แต่ผมเล่าเรื่องสำคัญในความทรงจำผ่านThesisของผม ที่มีการอ้างอิงหนังสือวิถีชีวิตวิธีสู้ : ขบวนการประชาชนร่วมสมัย สิทธิเกี่ยวกับปากท้อง ทรัพยากร การเมือง ฯลฯ
จากเวลาที่ผ่านมาข้อเสนอทางยุทธศาสตร์ของหนังสือดังกล่าว โดยย่อผมปรับมานำเสนอมุมต่อยอดประสบการณ์งานThesisของผม ที่สะท้อนขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม(ปี2548) คือ ตั้งองค์กรทำการผลักดันนโยบาย(หรือกฎหมายแรงงาน ฯลฯ)ผ่านรัฐสภา,แนวทางอนาธิปไตย(รวมถึงขบวนการเคลื่อนไหวรูปแบบใหม่-NSMsแบบไทยๆ),ตั้งพรรค
ซึ่งการตั้งพรรคได้เห็นในกรณีหลังปี49-50 มีพรรคศิลปิน พรรคการเมืองใหม่ (หรือกลุ่มกรีน ชื่อซ้ำพรรคกรีน เครือข่ายพันธมิตรฯ) ด้านทางฝ่ายแดง ก็มีตั้งพรรคเล็กพรรคน้อยหรือไม่ต่อไป ซึ่งรายละเอียด มีมากกล่าวอย่างสั้น
สรุปประเด็นผมทบทวนความจำเป็นยุทธศาสตร์ดังกล่าวของปัญญาชน ประชาชน(ฯลฯ) ตัวอย่างหนึ่งในประเด็นของปัญหาเรื่องทหาร ปฏิรูปกองทัพ ไม่เอาทหารเกณฑ์ไปฆ่าคน กรณีเหตุการณ์10 เมษาปี53 ต่อมารัฐประหารปี57 ถึงปี58 มีโครงสร้างอำนาจของทหาร(ฯลฯ) ในปัจจุบัน.*
*ครบรอบ10ปีThesisของผม โดยความทรงจำกับเมษา53 ที่ผมในฐานะร่วมกลุ่มนักข่าว ต่อมาผมให้สัมภาษณ์ ปี53″ทบทวนขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศไทย” มีจัดงานหนึ่งทศวรรษ(10ปี) วิถีชีวิต วิธีสู้: ขบวนการประชาชนร่วมสมัยในการเสวนาเรื่อง “ทบทวนขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคมในประเทศไทย” ด้วย
http://www.prachatai.com/journal/2010/09/31130
http://www.prachatai.com/journal/2010/08/30780
13 เมษายน
สวัสดีสงกรานต์..ผมเขียนถึงหนังสือSiam mappedฯ(แผนที่สยาม) สะท้อนให้เห็นโลกาภิวัตน์อยากแต่งงานกับชาติไทย*(ผมก็อยากแต่งกับคนไทย.ฮร่า)^^
โดยครบรอบ10ปี Thesisของผม ซึ่งโลกาภิวัตน์กับPrefaceของหนังสือSiam mappedฯมีประเด็นbecoming global : ระบบการเงินกับการไหลของข้อมูลข่าวสาร และcapital knowไร้พรมแดน ที่ผมตีความ คือ โลกาภิวัตน์มาเล่าย่อต่อ(ดูภาพเพิ่มครับ)
* Naomi Klein ผู้เรียนมหา’ลัย Toronto (did not graduate) ผู้เขียนหนังสือNo Logo และฟิลม์เมคเกอร์ ฯลฯ ครับ^^
โดยNaomi แนะนำหนังสือ Hardt and Negri are an extraordinarily rare breed: political theorists who actually believe in people, and their power and wisdom to govern themselves. เป็นผลของinspiring marriage of realism and idealism.
https://books.google.co.th/books…
ทั้งนี้ หนังสือ MultitudeฯของHardt and Negri ผู้เขียนEmpire และNegri (กลุ่มAutonomism, Autonomia Operaiaกลุ่มนำกล่องคลุมหัวที่ผมเคยโพสต์ภาพ)
**ภาพThesisผมกับหอเก่าห้องนอนปี53 และPrefaceของSIAM Mappeddฯ
วันศุกร์ที่17 เมษายน
วันศุกร์นายกทหารออกทีวี และผมมีประเด็นเรื่องคนในอนาคต ย้อนมองอดีต(ปัจจุบันนี้) จะคิดถึงประวัติศาสตร์ตามข้อเท็จจริงโดยE.H. Carr นักประวัติศาสตร์คนสำคัญเคยกล่าวถ้าเปรียบเทียบว่านักประวัติศาสตร์เป็นชาวประมง ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เป็นปลา ซึ่งอี.เอช.คาร์ แนะให้ว่า ข้อเท็จจริงหาได้เหมือนกับปลาที่วางไว้บนแผงคนขายปลาไม่ หากเหมือนปลาที่ว่ายอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่และบางครั้งก็ยากที่จะหยั่งถึงได้ ปลาที่นักประวัติศาสตร์จะจับ
จึงขึ้นอยู่กับโอกาสด้วยส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญขึ้นอยู่กับว่าส่วนไหนของมหาสมุทรที่เขาเลือกลงจับปลา และอะไร คือ เครื่องมือที่เขาเลือกใช้ แน่ละองค์ประกอบสองประการนี้ย่อมขึ้นอยู่กับชนิดของปลาที่เขาต้องการจะจับด้วยเช่นกัน*
ปัจฉิมลิขิต…ผมจับประเด็นโดยสรุป(ย่อและต่อยอด) การจับปลา เปรียบเหมือนเลือกข้อเท็จจริงมาใช้ต้องมีวิจารณญาณ และวิภาษวิธีหลักฐาน จารึก เอกสารทางประวัติศาสตร์ พงศาวดาร ตำนาน วรรณคดี หนังสือ ศิลปะสถาปัตยกรรม สื่อทีวี(ฯลฯ) ตรวจสอบข้อมูล สะท้อนประวัติศาสตร์ความคิด ความเชื่อ วัฒนธรรม ดังนั้น ถ้าเปรียบเทียบว่านักประวัติศาสตร์เป็นชาวประมง ข้อมูลทางประวัติศาสตร์เป็นปลา: ภาพเพิ่มเติมเรื่องจับปลากับหนังสือ Siam** ที่มีรูปเรือจับปลาด้วย
*ข้อมูลจากหนังสือสังคมศาสตร์วิภาษฯและหากผู้ใดสนใจคำคมดีๆ ดูเพิ่มเติมวิกิพีเดียและลิ๊งค์ตามภาพประกอบ ครับ
― Edward Hallett Carr(E.H. Carr), What Is History?
https://extensionhistory.wordpress.com/2009/08/27/e-h-carr-on-the-relationship-between-historians-and-facts/
http://www.goodreads.com/author/quotes/58528.Edward_Hallett_Carr
**ภาพประกอบหนังสือ Siam (1908)สมัยร.5 ที่มีรูปเรือจับปลา(ข้อสังเกตปากน้ำหรือสมุทรปราการ?) ฝรั่งบอกคนสยาม(คนไทย) จับปลาออกจากน้ำให้ตายตามธรรมชาติ โดยสรุปผมอิงกับเรื่องฝรั่งอธิบายคนสยามกับเวียนว่ายตายเกิดใหม่และการจับปลา…ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
https://archive.org/details/siam00youngoog
--- นายกไม่ค.ว.ย.(คิด/วิเคราะห์/แยกแยะ)จะจับคนร้ายวางระเบิดที่สุราษฯ ได้จริงหรือ? และคสช.จะคืนความสุขให้ชาติไทยได้จริงเปล่าฮร่าๆครับ^^
วันศุกร์ที่ 24 เมษายน
วันศุกร์นายกทหารพูดผมฟังแว่บๆ และค่ำคืนฟังเสียงฟ้าร้องพร้อมลม โดยผมเล่าเรื่องทบทวนขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายปีผ่านไปไวเหมือนโกหก เนื่องจากผมเคยคุยกับพี่ไม้หนึ่ง*ผ่านบทสัมภาษณ์ และความคิดถึงที่ผมเคยคุยโทรศัพท์กับพี่ไม้หนึ่งชวนบอกให้ไปขึ้นเวที** โดยผมบอกกลัวขาสั่นอ่านบทกวีไม่ออก (เพราะคนเป็นล้านดูทีวีด้วย)
ปิดท้าย ประเด็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งหลังปราบปี53 กลุ่มพวกเราได้คุยกันหลังฝุ่นตลบการเมืองในตอนนั้น ที่พี่ไม้หนึ่ง(อยู่คู่กับอ.จรัล ดิษฐฯ) และมรดกความคิดของพี่ไม้หนึ่ง ที่ผมจำได้ ณ บัดนี้ คือ อายุมากขึ้นแก่ต้องมีดีอะไรบ้าง ฉะนั้น อย่าลืมการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงสำหรับทบทวนขบวนการเคลื่อนไหวต่อไป*** ครับ
*ภาพที่ระลึกปี2552 ผมถ่ายภาพกับพี่ไม้หนึ่ง ฯลฯ หลังจากผมบวชตามประเพณีสึกแล้วในเดือนพฤษา ในงาน อ่านบทกวี ฉลอง 20 ปี Dead Poets Society. ต่อมาพวกผมไปสัมภาษณ์ปีเดียวกัน ซึ่งแนวร่วมนปช.กับนักเขียนวงวรรณกรรมยังไม่กว้างด้วย แด่วันที่23 เมษาครบรอบหนึ่งปีที่คนดัง(celeb)ผู้เสี่ยงชีวิตเสียชีวิตถูกยิงล่วงลับ ครับ
**เวทีเป็นส่วนหนึ่งฐานที่มั่นทางยุทธศาสตร์ ดูเพิ่มเติมย้อนรอย ยุทธศาสตร์ ‘ป่าล้อมเมือง’…ยุทธศาสตร์ “ป่าล้อมเมือง โลกล้อมประเทศ”
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มี.ค. 2557 05:30
http://www.thairath.co.th/content/409681
ข้อมูลค้นหาเพิ่มเติมอีกเรื่องยุทธศาสตร์ 5 ประสาน หมายถึงประสานการเคลื่อนไหว 5 แนว..(“วิทยานิพนธ์คนเสื้อแดง”)
***หนังสือวิถีชีวิตวิธีสู้ฯ(ทั้งเรื่องคนงาน-สมัชชาคนจน ฯลฯ) ซึ่งขบวนการเพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนและการปฏิรูปการเมือง.โดยอ.จรัล ดิษฐาภิชัย (ฯลฯ) ร่วมเขียนในหนังสือดังกล่าว ต่อมาอยู่นปช.และปัจจุบันผู้ประสานงานองค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย กับนโยบายโลกล้อมประเทศ และผมมีข้อเสนอยุทธศาสตร์จากวิทยานิพนธ์ของผมเพิ่มเติม เช่น พรรคศิลปินนักเขียน ครับ
http://www.mahalib.msu.ac.th/arec/dublin.php?ID=13400026547
วันเสาร์ที่ 25 เมษายน
ผมไปดูหนังเรื่องfast & furious 7 มาแล้ว ทำให้มีโอกาสได้ดูหนังตัวอย่าง Avengers: Age Of Ultron และผมสนใจไอเดียDerridaในTruth in Painting*มาอธิบายผลงานนักเขียนการ์ตูนJack Kirby -sublime ผลงานอย่างกัปตันอเมริกา-Avengers เป็นต้น
ทั้งนี้ ทฤษฎีใหม่ๆ ไม่ว่าศิลปะ-ปรัชญา มีหนังสือให้อ่านเยอะเสมอ ครับ^^
* “The Wholeness That’s Way Too Big”:
Imagining the Sublime With Kant, Derrida, and Jack Kirby
http://sequart.org/magazine/49494/kirby-sublime/
วันอาทิตย์ที่26 เมษายน
ภาพผลงานศิลปะอาเซียนร่วมสมัยโดยศิลปินอินโดนีเซีย กับงานซุปเปอร์ฮีโร่ตะวันตกปะทะตะวันออก(ฮีโร่อินโดนีเซีย) ถ้าเปรียบเทียบหนังการ์ตูนเก่า : ฮีโร่ไทย หนังหนุมานพบเจ็ดยอดมนุษย์ ซึ่งผมเคยดูตอนเด็กๆ หนุมานเป็นตัวละครเอกตัวหนึ่งในเรื่องรามเกียรติ์ เป็นลิงเผือก ในวัฒนธรรมร่วมสมัย** นี่หนัง ความเป็นไทยไปกับญี่ปุ่นร่วมมือกันได้ ที่มีหนุมาน เหม่ นี่แหละคนไทยเราจินตนาการกว้างไกลต่อยอดจากไตรภูมิ**
*รูปจากนิตยสารAsian art news น่าทำหนังหนุมานกับฮีโร่อินโดนีเซีย กระแสภูมิภาคอาเซียน น่ะ ครับ^^
**เมื่อทฤษฎีอย่างDeconstructionของDerrida ที่มีแนวคิดวิเคราะห์การ์ตูน และหนังสือเล่มภาษาไทย คือ ความจริงในภาพวาด ฉบับย่อภาษาอังกฤษ หรือแนวคิดการรื้อสร้างเคยมีคนไทยไปรื้อสร้างไตรภูมิ อันนี้ชวนคิดต่อยอดกันต่อไป
ผมเห็นข่าวบวรศักดิ์รับฟังวิษณุชงลดมาตรารัฐธรรมนูญ แล้วนึกถึงรองนายกฯ วิษณุเคยกล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญว่าเก่ากว่าเรือแป๊ะ คือคำว่าเหาะเกินลงกาหมายถึง เกิน เลย ล้น เว่อร์(โยงหนุมาน) ราตรีสวัสดิ์ กับหนังหนุมาน
Diary 10ปีกับอ่านจากภาพการเมือง
วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม
My diary-ผ่านภาพวารสารชุดภูมิภาคศึกษาฯ(ค้นไม่เจอไฟล์ภาพเก่าแล้ว) ซึ่งเวลาครบสิบปีสำหรับโครงการนิทรรศการ เสวนาแบบบูรณาการระหว่าง วรรณกรรมกับศิลปะ “การอ่านจากภาพตะวันตกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ชื่อ อ่านจากภาพ โดยงานแลกเปลี่ยนทัศนะทางด้านมุมมองทางศิลปวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอิทธิพลจากศิลปะ วัฒนธรรมตะวันตก
จากทั้งทางประวัติศาสตร์ศิลป์ งานศิลปะและวรรณกรรม รวมถึงปัจจุบัน ณ บริเวณ ร้าน Open space(ร้านในอดีตของผมเอง) หลังมช. วันที่ 22 ม.ค.พ.ศ.2548 เวลา12.30 น.เป็นต้นไป แล้วเปลี่ยนเป็น ณ ห้องFB1305 คณะวิจิตรศิลป์ มช. เวลา17.30 น.เป็นต้นไป (นำเสนอหนังสือโลกในมือนักอ่าน A HISTORY OF READING.ด้วย)ครับ^^
http://www.manager.co.th/Campus/Nodrink/listComment.aspx?ID=68519
วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558
การเขียนไดอารี่สำหรับผมเหมือนกระจกสะท้อนความทรงจำ กรณีประวัติศาสตร์ของการเขียนไดอารี่(The History of Diaries) ในอเมริกามองว่าการเขียนบล๊อกนั้นเป็นการเล่าเรื่องราวของตัวเองในเชิงสร้างสรรค์ (self expression creatively) และการบันทึกประสบการณ์ส่วนตัว (self experience) เป็นอันดับรองลงมาด้วย
ดังนั้น หากจะเล่าประวัติของการเขียนบล๊อกในอีกมุมมองหนึ่ง ก็น่าจะมองไปที่การเขียนบันทึกเรื่องราวส่วนตัว หรือที่เรารู้จักกันกันในนาม ไดอารี่ (Diary) นั่นเอง
โดยข้อมูลของคนเขียนภาษาไทยเรื่องไดอารี่ สอนด้านบรรณารักษ์ สนใจด้านการสงวนรักษาดิจิตอล และจบป.เอกด้วย ซึ่งอ้างDiaries, Online Diaries, and the Future Loss of Archives; or Blogs and the Blogging Bloggers Who Blog Them(ดูเพิ่มเติมไดอารี่มีประวัติน่าสนใจทั้งศาสนา ชาตินิยม ทุนนิยม ถึงตัวตน ในการตรวจสอบตนเอง การพัฒนาตนเอง ฯลฯ ครับ
https://iteau.wordpress.com/2006/11/23/diaryhistory/)
วันที่ 4 มีนาคม
วันมาฆบูชารำลึกธรรม ทบทวนแผนที่แผนทางธรรมะ ทำให้ผมดูภาพจิตรกรรมเป็นภาพวาดโดยมือจากสมุดภาพไตรภูมิ สะท้อนพุทธศิลปะ ที่มีภาพหนุมานฯ กับถนนพระราม และ การอธิบายความสัมพันธ์รามเกียรติ์(รามายณะ/Ramayana)กับไตรภูมิ ตามแบบหนังสือSIAM MAPPEDDฯ ซึ่งผมสนใจประเด็นหนุมานกับพระราม และสมัยร.1 กับรามเกียรติ์ ที่เชื่อมโยงGeo-bodyในแผนที่สยาม ผ่านภาพสมุดภาพไตรภูมิอยุธยา-ธนบุรี ด้วย
ทั้งนี้ พระรามในเรื่องดังกล่าวเชื่อกันว่าเป็นอวตารของพระนารายณ์ ครับ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%8C
วันที่ 5 มีนาคม
ผมอ่านSIAM MAPEDDฯแล้วเห็นหนุมานฯ นึกถึงเรื่องพุทธศิลปะกรณีหนุมานที่ชูนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางเป็น3 นิ้ว ซึ่งเจ้าอาวาสกล่าวให้ความหมายงานศิลปะ “นอกเหนือการยกย่องเชิดชู 3 สถาบันหลักของชาติแล้ว ในทางพุทธศาสนายังหมายถึง ไตรลักษณ์ คือธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ 3 อย่าง คือ
อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา เป็นกฎธรรมดาที่เกิดขึ้นกับทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ที่ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นธรรมดา ไม่สามารถอยู่ทนในสภาพเดิมได้ต่อไป แต่สิ่งที่ดำรงคงอยู่ได้คือ ความดี…”
…ที่สำคัญหนุมานคือ ทหารเอกของพระราม พระรามเป็นกษัตริย์ที่พระนารายณ์อวตารลงมาปราบทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของความ ชั่วร้าย หนุมานเป็นทหารที่มีพลังกำลังและฤทธิ์เดชมาก ย่อมต้องใช้พลังอำนาจที่มีอยู่ในการขจัดสิ่งชั่วร้ายให้หมดสิ้นไป เช่นเดียวกับรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเข้ามามีบทบาทอำนาจหน้าที่ก็จงใช้อย่างถูก ต้อง ชอบธรรมและยุติธรรม คืนความผาสุขให้คนในชาติ.” ช่างปั้นกล่าวไว้
สรุปแล้ว ช่างอ้างอิง “ชาติ” อีกแยกทางไม่ได้ ทำให้ผมอ้างSiam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nation ซึ่งผมมาคิดต่อยอดเรื่องประเด็นศาสนาสยาม-ไทยแลนด์ แดนกฏอัยการศึก จนกระทั่งปัจจุบันพุทธศิลปะไทยให้อยู่รอด ในร่างภูมิกายาของสยามประเทศไทย แล้วผมจะเลียนแบบหนุมานหาวเป็นดาวเป็นเดือนไม่ได้ แต่ชูสามนิ้วเป็นไตรลักษณ์ ครับ^^
*ที่มา: เมืองเพชรปั้น “หนุมานยักษ์ชู 3 นิ้ว” ทหารรุดตรวจสอบ หวั่นเป็นสัญลักษณ์ต้าน คสช. (ชมคลิป) มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1419234692
**ข้อมูลเพิ่มเติม:ฮือฮา ‘หนุมานชู 3 นิ้ว’ โผล่วัดดังเมืองเพชร ยันไม่เกี่ยวการเมือง ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/470550
วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 58
รายการทีวีวันศุกร์ พบนายกฯ ผมไม่ได้ฟังพูดชักแม่น้ำห้าสาย เนื่องจากผมคิดถึงอดีตชะตากรรม10ปีผ่านไปโมเดลออกแบบรัฐธรรมนูญอาจจะย้อนไกลกว่าปี 2540 ซึ่งผมใช้รัฐธรรมนูญมาถึงปี2548 ที่ผมร่วมนิทรรศการจัดวาง โดยสร้างงานInstallation เป็นยางรถ ซ้อนชั้นสูง นำเสนอในงาน “ป้ายสีประชาธิปไตย” น่าเสียดายผมไม่ได้ถ่ายภาพผลงานไว้ ดูโปสเตอร์ กับรูปผมแทนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน555^^
*ข้อมูลเพิ่มเติม:จาก ลงเรือแป๊ะ ถึง”เหาะเกินลงกา” วิษณุ เตือน กมธ.ยกร่าง รธน. “เกิน เลย ล้น เว่อร์” (ชมคลิป) มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1419227836
13 มีนาคม
วันศุกร์ผมฟังนายกฯพูดแป๊บๆ ไม่รู้พูดเรื่องชะลอก.ม.ภาษีบ้าน ที่ดิน หรือไม่ ก็ตามแต่ความพยายามของแม่น้ำห้าสาย ร่างรัฐธรรมนูญ พูดเป็นชักแม่น้ำทั้งห้า สำนวนมาจากเรื่องเวสสันดร ซึ่งชูชกใช้วิธีการนี้ไม่ต่างจากดินแดนไตรภูมิเรื่องราวเวสสันดร สะท้อนร่างของรัฐธรรมนูญ
โดยรากของวัฒนธรรมไตรภูมิ ทั้งสถาปัตยกรรมโดยรวม ที่มีประวัติว่ารัฐธรรมนูญ เคยมีจำลองในแบบอยู่บนเขาพระสุเมรุหลัง2475 จากหนังสือSIAM MAPPEDฯ ที่มีประเด็นอำนาจของสัญลักษณ์ และผมขยายภาพการตีความอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พานรัฐธรรมนูญ เหมือนไตรภูมิ
ดังนั้น ผมเคยอ่านเจอประเด็นตีความในชะตากรรมนี้ ซึ่งความหวังอาจจะไม่ย้อนไปไกล ช่วงสร้างรัฐชาติสมัยคณะราษฎร หรือยุคป๋าเปรม ที่ฉายาเตมีย์ใบ้ ไม่ย้อนยุคเหมือนยุคประชาธิปไตยครึ่งใบนั่นเอง ครับ
*ภาพประกอบเรื่องภาษีบ้านฯ กับสัญลักษณ์มือแขนเสื้อลายพรางทหาร
http://www.dailynews.co.th/Content/economic/306080/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E2%80%98%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E2%80%99+%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1…%3F
**วันนี้ เป็นวันช้างไทย ผมนึกถึงเรื่องภาพช้างเผือก ที่พม่า มีข่าวพบช้างเผือก เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นับเป็นช้างเผือกเชือกที่ 9 ที่คล้องได้ในประเทศ
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9580000024544
*** อำนาจสัญลักษณ์ ที่มีข่าวพื้นที่สัญลักษณ์กรณีระเบิดปี58 ที่หน้าศาลอาญา มีข้อสังเกตส่วนตัวอย่างหนึ่งจากเรื่องความจริงแท้ถูกต้องของภาพซับซ้อนซ่อนกัน คือ ปัญหาเป้าหมายของขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกต้อง 1.ทำไมเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ 2.ทำไม ไม่เป็นพื้นที่ทหาร และปัญหาความเร็วของการจับได้ครั้งล่าสุด ต่างจากสยามพารากอนยังจับไม่ได้ ถกเถียงมาก่อนว่าทหารทำหรือไม่ น่าจะมีสายลับ ทำให้จับได้ไวมากขึ้น 3.ใคร คือ สายลับ ครับ
นี่เป็นความคิดคำถามแบบนักสืบพอดีดูเรื่อง Detective Dee ตี๋เหรินเจี๋ย หนังเกี่ยวกับนักสืบสู้บู๊มากไปหน่อย ครับ (ฮร่า)
20 มีนาคม
วันศุกร์นายกฯออกทีวี พร้อมเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย ทำให้ผมนึกถึงกำเนิดสยามจากแผนที่ ประวัติศาสตร์ภูมิกายาของชาติ (Siam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nation) และชุมชนจินตกรรม: บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม (Imagined Communities: Reflection on the Origin and Spread of nationalism) โดยหนังสือสองเล่ม ด้านหนึ่งกล่าวถึงสิ่งประดิษฐ์ความเป็นชาติผ่านบทเพลง สะท้อนให้เห็นในการอ้างสู่งานวิชาการได้
เมื่อประยุทธ์ แต่งเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย+ศรัทธา(เชื่อ) …เราจะทำอย่างซื่อตรง ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา
—ความเชื่อว่าทหารนำความสุข สงบมาให้สังคมไทย แล้วความเชื่อว่าทหารเป็นสิ่งจำเป็น เพราะทหาร รักษาความสงบเรียบร้อย เป็นระเบียบได้อย่างนี้จะมีตำรวจ ไปทำไม นี่เป็นปัญหาความเชื่อของไทย ครับ
ปิดท้าย ผมนึกถึงเพลงImagineของจอห์น เลนนอน… You may say I’m a dreamer But I’m not the only one
I hope someday you’ll join us And the world will be as one ฮร่าๆ และแล้วผมเป็นพลเมืองโต้กลับรัฐประหาร แม้ผมไข้หวัดยังไม่หายดี และผมอยู่เชียงใหม่หมอกควันมันเยอะเลยเดินในห้างสรรพสินค้าแทนแล้ว ขณะนี้จะนอนบนเตียงแบบจอห์น นอนเล่น ครับ^^
*ภาพถ่ายตัวเองเมื่อประมาณ15ปีก่อนด้วยกล้องฟิลม์สมัยเป็นไอ้หนุ่มผมยาว สมัยติสท์หนุ่มๆฮร่าๆ(ตอนนี้เลิกติสท์เลิกไว้ผมยาว) อิทธิพลฮิปปี้ผมยาวอย่างจอห์น นอนเล่น-รูปของจอห์น เลนนอน กับโยโกะ นำเสนอเรื่องสันติภาพบนเตียง^^
ศุกร์ที่27 มีนาคม
วันศุกร์นายกพบประชาชน พูดเรื่องลีกวนยิว-การศึกษาสิงคโปร์ แต่ผมคิดถึงสิงคโปร์หรือเทมาเส็ก ในอีกนาม ที่มีสัญลักษณ์ไลออนด้านบนและด้านล่างเป็นหางปลา โดยผมเคยไปเกือบสิบปีแล้ว เล่าเรื่องตลกก่อนละกัน คือ แวดวงการศึกษาพวกนักวิชาการประเทศเคยตกเป็นอาณานิคมพูดภาษาอังกฤษกัน ซึ่งดร.รัฐศาสตร์ เป็นคนพูดไวคิดไว เขาเป็นคนฟิลิปปินส์รูมเมทของผมพูดบางทีผมต้องAgain Please ฮร่าๆ อยู่ที่นั่นไม่กี่วันเสียดายมากไม่ได้ชมห้องสมุดของมหา’ลัยที่ว่าดีระดับโลก รวมทั้งความเจริญพัฒนาของเมืองสิงคโปร์โดยรอบด้านทุกมุม ครับ
เมื่อผมสำรวจเมืองผมเคยเดินหลงทางที่นั่น ถามทางเป็นภาษาอังกฤษ แล้วผู้หญิงถามกลับมาว่าคุณจะให้พูดอังกฤษหรือจีน?
นี่เรื่องอึ้งหนึ่งในหลายเรื่องเล่าย่อๆ ประสบการณ์จากพบผู้คนธรรมดา นศ. และนักวิชาการอินโดนีเซีย กัมพูชาด้วย ครับ^
โดยสรุปสั้นๆ ผมได้ประสบการณ์ในฐานะคนนอกประเทศ เปิดโลกกว้าง เจอนศ.มหา’ลัยดังๆ ก็อ๊อกซฟอร์ด เป็นต้น ที่นี่น่ากลับไปเรียนรู้พัฒนาภาษาอังกฤษ รวมทั้งด้านอื่นหลายเรื่องเคยเขียนบางเรื่องในนิตยสารVote และประเทศนี้ลีกวนยิว ให้ความสำคัญกับการศึกษา-มหา’ลัย และประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่มีเผด็จการทหารขัดขาขวางทางประชาธิปไตย น่ะครับ
*ภาพประกอบขณะผมจะนำเสนองานThesisเรื่องเกี่ยวกับไตรภูมิ-แผนที่-ปลาของผมที่ได้ทุนไปที่นั่น ครับ^^
**ข้อมูลเพิ่มเติมดูหนังสือลีกวนยู กับการสร้างชาติสิงคโปร์ผมมีหนังสือเล่มนี้ถ่ายรูปไว้ตอนแรกว่าจะอัพรูปง่ายๆ กลายเป็นต้องเก็บเป็นอัลบั้มงั้นนอนดีกว่าไว้ค่อยมาอัพภาพ ครับ
My diary-ผ่านภาพวารสารชุดภูมิภาคศึกษาฯ(ค้นไม่เจอไฟล์ภาพเก่าแล้ว) ซึ่งเวลาครบสิบปีสำหรับโครงการนิทรรศการ เสวนาแบบบูรณาการระหว่าง วรรณกรรมกับศิลปะ “การอ่านจากภาพตะวันตกกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ชื่อ อ่านจากภาพ โดยงานแลกเปลี่ยนทัศนะทางด้านมุมมองทางศิลปวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีอิทธิพลจากศิลปะ วัฒนธรรมตะวันตก
จากทั้งทางประวัติศาสตร์ศิลป์ งานศิลปะและวรรณกรรม รวมถึงปัจจุบัน ณ บริเวณ ร้าน Open space(ร้านในอดีตของผมเอง) หลังมช. วันที่ 22 ม.ค.พ.ศ.2548 เวลา12.30 น.เป็นต้นไป แล้วเปลี่ยนเป็น ณ ห้องFB1305 คณะวิจิตรศิลป์ มช. เวลา17.30 น.เป็นต้นไป (นำเสนอหนังสือโลกในมือนักอ่าน A HISTORY OF READING.ด้วย)ครับ^^
http://www.manager.co.th/Campus/Nodrink/listComment.aspx?ID=68519
วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2558
การเขียนไดอารี่สำหรับผมเหมือนกระจกสะท้อนความทรงจำ กรณีประวัติศาสตร์ของการเขียนไดอารี่(The History of Diaries) ในอเมริกามองว่าการเขียนบล๊อกนั้นเป็นการเล่าเรื่องราวของตัวเองในเชิงสร้างสรรค์ (self expression creatively) และการบันทึกประสบการณ์ส่วนตัว (self experience) เป็นอันดับรองลงมาด้วย
ดังนั้น หากจะเล่าประวัติของการเขียนบล๊อกในอีกมุมมองหนึ่ง ก็น่าจะมองไปที่การเขียนบันทึกเรื่องราวส่วนตัว หรือที่เรารู้จักกันกันในนาม ไดอารี่ (Diary) นั่นเอง
โดยข้อมูลของคนเขียนภาษาไทยเรื่องไดอารี่ สอนด้านบรรณารักษ์ สนใจด้านการสงวนรักษาดิจิตอล และจบป.เอกด้วย ซึ่งอ้างDiaries, Online Diaries, and the Future Loss of Archives; or Blogs and the Blogging Bloggers Who Blog Them(ดูเพิ่มเติมไดอารี่มีประวัติน่าสนใจทั้งศาสนา ชาตินิยม ทุนนิยม ถึงตัวตน ในการตรวจสอบตนเอง การพัฒนาตนเอง ฯลฯ ครับ
https://iteau.wordpress.com/2006/11/23/diaryhistory/)
วันที่ 4 มีนาคม
วันมาฆบูชารำลึกธรรม ทบทวนแผนที่แผนทางธรรมะ ทำให้ผมดูภาพจิตรกรรมเป็นภาพวาดโดยมือจากสมุดภาพไตรภูมิ สะท้อนพุทธศิลปะ ที่มีภาพหนุมานฯ กับถนนพระราม และ การอธิบายความสัมพันธ์รามเกียรติ์(รามายณะ/Ramayana)กับไตรภูมิ ตามแบบหนังสือSIAM MAPPEDDฯ ซึ่งผมสนใจประเด็นหนุมานกับพระราม และสมัยร.1 กับรามเกียรติ์ ที่เชื่อมโยงGeo-bodyในแผนที่สยาม ผ่านภาพสมุดภาพไตรภูมิอยุธยา-ธนบุรี ด้วย
ทั้งนี้ พระรามในเรื่องดังกล่าวเชื่อกันว่าเป็นอวตารของพระนารายณ์ ครับ
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A3%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%8C
วันที่ 5 มีนาคม
ผมอ่านSIAM MAPEDDฯแล้วเห็นหนุมานฯ นึกถึงเรื่องพุทธศิลปะกรณีหนุมานที่ชูนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางเป็น3 นิ้ว ซึ่งเจ้าอาวาสกล่าวให้ความหมายงานศิลปะ “นอกเหนือการยกย่องเชิดชู 3 สถาบันหลักของชาติแล้ว ในทางพุทธศาสนายังหมายถึง ไตรลักษณ์ คือธรรมะที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ 3 อย่าง คือ
อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา เป็นกฎธรรมดาที่เกิดขึ้นกับทุกสรรพสิ่งบนโลกนี้ที่ย่อมมีการเปลี่ยนแปลงไป เป็นธรรมดา ไม่สามารถอยู่ทนในสภาพเดิมได้ต่อไป แต่สิ่งที่ดำรงคงอยู่ได้คือ ความดี…”
…ที่สำคัญหนุมานคือ ทหารเอกของพระราม พระรามเป็นกษัตริย์ที่พระนารายณ์อวตารลงมาปราบทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของความ ชั่วร้าย หนุมานเป็นทหารที่มีพลังกำลังและฤทธิ์เดชมาก ย่อมต้องใช้พลังอำนาจที่มีอยู่ในการขจัดสิ่งชั่วร้ายให้หมดสิ้นไป เช่นเดียวกับรัฐบาลชุดนี้ เมื่อเข้ามามีบทบาทอำนาจหน้าที่ก็จงใช้อย่างถูก ต้อง ชอบธรรมและยุติธรรม คืนความผาสุขให้คนในชาติ.” ช่างปั้นกล่าวไว้
สรุปแล้ว ช่างอ้างอิง “ชาติ” อีกแยกทางไม่ได้ ทำให้ผมอ้างSiam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nation ซึ่งผมมาคิดต่อยอดเรื่องประเด็นศาสนาสยาม-ไทยแลนด์ แดนกฏอัยการศึก จนกระทั่งปัจจุบันพุทธศิลปะไทยให้อยู่รอด ในร่างภูมิกายาของสยามประเทศไทย แล้วผมจะเลียนแบบหนุมานหาวเป็นดาวเป็นเดือนไม่ได้ แต่ชูสามนิ้วเป็นไตรลักษณ์ ครับ^^
*ที่มา: เมืองเพชรปั้น “หนุมานยักษ์ชู 3 นิ้ว” ทหารรุดตรวจสอบ หวั่นเป็นสัญลักษณ์ต้าน คสช. (ชมคลิป) มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1419234692
**ข้อมูลเพิ่มเติม:ฮือฮา ‘หนุมานชู 3 นิ้ว’ โผล่วัดดังเมืองเพชร ยันไม่เกี่ยวการเมือง ไทยรัฐ
http://www.thairath.co.th/content/470550
วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 58
รายการทีวีวันศุกร์ พบนายกฯ ผมไม่ได้ฟังพูดชักแม่น้ำห้าสาย เนื่องจากผมคิดถึงอดีตชะตากรรม10ปีผ่านไปโมเดลออกแบบรัฐธรรมนูญอาจจะย้อนไกลกว่าปี 2540 ซึ่งผมใช้รัฐธรรมนูญมาถึงปี2548 ที่ผมร่วมนิทรรศการจัดวาง โดยสร้างงานInstallation เป็นยางรถ ซ้อนชั้นสูง นำเสนอในงาน “ป้ายสีประชาธิปไตย” น่าเสียดายผมไม่ได้ถ่ายภาพผลงานไว้ ดูโปสเตอร์ กับรูปผมแทนในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน555^^
*ข้อมูลเพิ่มเติม:จาก ลงเรือแป๊ะ ถึง”เหาะเกินลงกา” วิษณุ เตือน กมธ.ยกร่าง รธน. “เกิน เลย ล้น เว่อร์” (ชมคลิป) มติชน
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1419227836
13 มีนาคม
วันศุกร์ผมฟังนายกฯพูดแป๊บๆ ไม่รู้พูดเรื่องชะลอก.ม.ภาษีบ้าน ที่ดิน หรือไม่ ก็ตามแต่ความพยายามของแม่น้ำห้าสาย ร่างรัฐธรรมนูญ พูดเป็นชักแม่น้ำทั้งห้า สำนวนมาจากเรื่องเวสสันดร ซึ่งชูชกใช้วิธีการนี้ไม่ต่างจากดินแดนไตรภูมิเรื่องราวเวสสันดร สะท้อนร่างของรัฐธรรมนูญ
โดยรากของวัฒนธรรมไตรภูมิ ทั้งสถาปัตยกรรมโดยรวม ที่มีประวัติว่ารัฐธรรมนูญ เคยมีจำลองในแบบอยู่บนเขาพระสุเมรุหลัง2475 จากหนังสือSIAM MAPPEDฯ ที่มีประเด็นอำนาจของสัญลักษณ์ และผมขยายภาพการตีความอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พานรัฐธรรมนูญ เหมือนไตรภูมิ
ดังนั้น ผมเคยอ่านเจอประเด็นตีความในชะตากรรมนี้ ซึ่งความหวังอาจจะไม่ย้อนไปไกล ช่วงสร้างรัฐชาติสมัยคณะราษฎร หรือยุคป๋าเปรม ที่ฉายาเตมีย์ใบ้ ไม่ย้อนยุคเหมือนยุคประชาธิปไตยครึ่งใบนั่นเอง ครับ
*ภาพประกอบเรื่องภาษีบ้านฯ กับสัญลักษณ์มือแขนเสื้อลายพรางทหาร
http://www.dailynews.co.th/Content/economic/306080/%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B9%84%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%9A%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E2%80%98%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99-%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E2%80%99+%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1…%3F
**วันนี้ เป็นวันช้างไทย ผมนึกถึงเรื่องภาพช้างเผือก ที่พม่า มีข่าวพบช้างเผือก เมื่อวันที่ 27 ก.พ. นับเป็นช้างเผือกเชือกที่ 9 ที่คล้องได้ในประเทศ
http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9580000024544
*** อำนาจสัญลักษณ์ ที่มีข่าวพื้นที่สัญลักษณ์กรณีระเบิดปี58 ที่หน้าศาลอาญา มีข้อสังเกตส่วนตัวอย่างหนึ่งจากเรื่องความจริงแท้ถูกต้องของภาพซับซ้อนซ่อนกัน คือ ปัญหาเป้าหมายของขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกต้อง 1.ทำไมเป็นพื้นที่สัญลักษณ์ 2.ทำไม ไม่เป็นพื้นที่ทหาร และปัญหาความเร็วของการจับได้ครั้งล่าสุด ต่างจากสยามพารากอนยังจับไม่ได้ ถกเถียงมาก่อนว่าทหารทำหรือไม่ น่าจะมีสายลับ ทำให้จับได้ไวมากขึ้น 3.ใคร คือ สายลับ ครับ
นี่เป็นความคิดคำถามแบบนักสืบพอดีดูเรื่อง Detective Dee ตี๋เหรินเจี๋ย หนังเกี่ยวกับนักสืบสู้บู๊มากไปหน่อย ครับ (ฮร่า)
20 มีนาคม
วันศุกร์นายกฯออกทีวี พร้อมเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย ทำให้ผมนึกถึงกำเนิดสยามจากแผนที่ ประวัติศาสตร์ภูมิกายาของชาติ (Siam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nation) และชุมชนจินตกรรม: บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม (Imagined Communities: Reflection on the Origin and Spread of nationalism) โดยหนังสือสองเล่ม ด้านหนึ่งกล่าวถึงสิ่งประดิษฐ์ความเป็นชาติผ่านบทเพลง สะท้อนให้เห็นในการอ้างสู่งานวิชาการได้
เมื่อประยุทธ์ แต่งเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย+ศรัทธา(เชื่อ) …เราจะทำอย่างซื่อตรง ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา
—ความเชื่อว่าทหารนำความสุข สงบมาให้สังคมไทย แล้วความเชื่อว่าทหารเป็นสิ่งจำเป็น เพราะทหาร รักษาความสงบเรียบร้อย เป็นระเบียบได้อย่างนี้จะมีตำรวจ ไปทำไม นี่เป็นปัญหาความเชื่อของไทย ครับ
ปิดท้าย ผมนึกถึงเพลงImagineของจอห์น เลนนอน… You may say I’m a dreamer But I’m not the only one
I hope someday you’ll join us And the world will be as one ฮร่าๆ และแล้วผมเป็นพลเมืองโต้กลับรัฐประหาร แม้ผมไข้หวัดยังไม่หายดี และผมอยู่เชียงใหม่หมอกควันมันเยอะเลยเดินในห้างสรรพสินค้าแทนแล้ว ขณะนี้จะนอนบนเตียงแบบจอห์น นอนเล่น ครับ^^
*ภาพถ่ายตัวเองเมื่อประมาณ15ปีก่อนด้วยกล้องฟิลม์สมัยเป็นไอ้หนุ่มผมยาว สมัยติสท์หนุ่มๆฮร่าๆ(ตอนนี้เลิกติสท์เลิกไว้ผมยาว) อิทธิพลฮิปปี้ผมยาวอย่างจอห์น นอนเล่น-รูปของจอห์น เลนนอน กับโยโกะ นำเสนอเรื่องสันติภาพบนเตียง^^
ศุกร์ที่27 มีนาคม
วันศุกร์นายกพบประชาชน พูดเรื่องลีกวนยิว-การศึกษาสิงคโปร์ แต่ผมคิดถึงสิงคโปร์หรือเทมาเส็ก ในอีกนาม ที่มีสัญลักษณ์ไลออนด้านบนและด้านล่างเป็นหางปลา โดยผมเคยไปเกือบสิบปีแล้ว เล่าเรื่องตลกก่อนละกัน คือ แวดวงการศึกษาพวกนักวิชาการประเทศเคยตกเป็นอาณานิคมพูดภาษาอังกฤษกัน ซึ่งดร.รัฐศาสตร์ เป็นคนพูดไวคิดไว เขาเป็นคนฟิลิปปินส์รูมเมทของผมพูดบางทีผมต้องAgain Please ฮร่าๆ อยู่ที่นั่นไม่กี่วันเสียดายมากไม่ได้ชมห้องสมุดของมหา’ลัยที่ว่าดีระดับโลก รวมทั้งความเจริญพัฒนาของเมืองสิงคโปร์โดยรอบด้านทุกมุม ครับ
เมื่อผมสำรวจเมืองผมเคยเดินหลงทางที่นั่น ถามทางเป็นภาษาอังกฤษ แล้วผู้หญิงถามกลับมาว่าคุณจะให้พูดอังกฤษหรือจีน?
นี่เรื่องอึ้งหนึ่งในหลายเรื่องเล่าย่อๆ ประสบการณ์จากพบผู้คนธรรมดา นศ. และนักวิชาการอินโดนีเซีย กัมพูชาด้วย ครับ^
โดยสรุปสั้นๆ ผมได้ประสบการณ์ในฐานะคนนอกประเทศ เปิดโลกกว้าง เจอนศ.มหา’ลัยดังๆ ก็อ๊อกซฟอร์ด เป็นต้น ที่นี่น่ากลับไปเรียนรู้พัฒนาภาษาอังกฤษ รวมทั้งด้านอื่นหลายเรื่องเคยเขียนบางเรื่องในนิตยสารVote และประเทศนี้ลีกวนยิว ให้ความสำคัญกับการศึกษา-มหา’ลัย และประชาธิปไตยมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่มีเผด็จการทหารขัดขาขวางทางประชาธิปไตย น่ะครับ
*ภาพประกอบขณะผมจะนำเสนองานThesisเรื่องเกี่ยวกับไตรภูมิ-แผนที่-ปลาของผมที่ได้ทุนไปที่นั่น ครับ^^
**ข้อมูลเพิ่มเติมดูหนังสือลีกวนยู กับการสร้างชาติสิงคโปร์ผมมีหนังสือเล่มนี้ถ่ายรูปไว้ตอนแรกว่าจะอัพรูปง่ายๆ กลายเป็นต้องเก็บเป็นอัลบั้มงั้นนอนดีกว่าไว้ค่อยมาอัพภาพ ครับ
บันทึกRoad Map และวิถีทางไม่หลงนิยายการเมือง
วันจันทร์ที่2 กุมภาพันธ์
วันนี้พวกเราซ้อมบทหนังสั้น และผมถามเรื่องว่าพวกเราไทใหญ่คิดอย่างไร? กรณีละครทีวีเรื่องบางระจัน มีคนตอบมาขำขำว่าไม่ได้ดูช่อง3 ดูแต่ช่อง7 และเราคุยกันกว้างขวางไปถึงเรื่องสามก๊ก ซึ่งผมพูดเล่นว่าเขาว่าใครอ่านสามก๊กจบสามรอบคบไม่ได้ ฮร่าๆ และผมเพิ่งกลับมาคิดเรื่องที่เราคุยกันว่ามีตัวประกอบคนใหม่ เคยแสดงหนังเรื่องแรมโบ้ เป็นทหารพม่า
เอ่อ ผมคิดออกเชิงทฤษฎีกว้างมากจากเรื่องเคยอ่านชิเชค นักปรัชญา ผู้ศึกษาภาพยนตร์เชิงจิตวิทยาและเขาเคยเขียนบทความเชิงชาตินิยมวิเคราะห์เรื่องแรมโบ้ว่าอเมริกาเป็นการสร้างภาพฮีโร่ต่อต้านคอมมิวนิสต์เวียดนามใกล้ไทย แต่เขาเขียนมาถึงกรณีพม่าหรือไม่ ผมไม่รู้ น่าสนใจจริงๆ ไม่มีอคติ แต่ผมกำลังจะหลับก่อนบางระจัน จะจบวันนี้ ฮร่าๆ ที่ผมเขียนก็เขียนเล่นๆ แล้วก็นอนแล้ว ครับ^^
*ภาพประกอบการซ้อมบทหนังสั้นน้องหอมหรือบุญล้อม ครับ^^
**ลิงค์บทความของSLAVOJ ŽIŽEK
http://newleftreview.org/I/183/slavoj-zizek-eastern-europe-s-republics-of-gilead
วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์
เล่าจื๊อสอนว่า “คนดีที่สุดมีลักษณะเหมือนน้ำ น้ำทำประโยชน์ให้แก่ทุกสิ่ง และไม่พยายามแก่งแย่งแข่งดีกับสิ่งใดๆ เลย น้ำขังอยู่ในที่ต่ำที่สุด ซึ่งเป็นที่ใกล้เต๋า…” ลัทธิเต๋าที่มีรูป “ไท่จี๋” เป็นสัญลักษณ์ คือรูปวงกลมและมีเส้นโค้งแบ่งเป็นสองส่วนขาวดำ อุปมาว่าเป็นมัจฉาคือปลาสองตัว
ปลาสีขาวเป็นตัวแทนของหยาง ส่วนปลาสีดำเป็นตัวแทนของหยิน ตาของปลาสีขาวเป็นจุดดำ แต่ตาของปลาสีดำเป็นจุดขาว คือในหยางมีหยิน และในหยินมีหยาง ผสมกลมกลืน.
* “เต๋า” คำนี้แปลกันมาว่า “ทาง,วิธี””มรรค” หรือ “แหล่งกำเนิดของทุกสิ่งทุกอย่าง” และเป็นการยากที่จะให้ความหมายเพราะคำ ๆ นี้ให้คำจำกัดความไม่ได้ แก่นแท้ของเต๋าลึกลับ..แนวคิดและหลักคำสอน ลัทธิเต๋าเป็นลัทธิที่จะทำความเข้าใจได้ยาก เพราะการเข้าถึงลัทธินี้จะต้องมีสัมผัสพิเศษที่สามารถเข้าถึงภาวะความจริงได้ รวบรวมจากเว็บที่เคยโพสต์ไว้ –ข้อสังเกตของผมเต๋าบางคำเป็นเหมือนภาษาทางปรัชญา และลักษณะคติพจน์แบบAphorismครับ
**ภาพประกอบสัญลักษณ์“ไท่จี๋”และบรรยากาศธรรมชาติใกล้น้ำ
วันศุกร์ที่6 กุมภาพันธ์
รายการทีวีวันศุกร์นายกทหารอย่างบิ๊กตู่ ไม่พูดเรื่องข้อเรียกร้องหลักการในร่างพรบ.แรงงานสัมพันธ์ฉบับที่เสนอโดยประชาชน (ฉบับบูรณาการ) มีการแก้ไขนิยามของนายจ้าง-ลูกจ้าง เปลี่ยนเป็น “ผู้จ้างงาน”-“คนทำงาน” เพื่อให้เกิดทัศนคติใหม่ว่าผู้จ้างงานและคนทำงานเป็นหุ้นส่วนกัน ต้องปฏิบัติต่อกันด้วยความเท่าเทียมและเป็นธรรม เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกันที่ดีและพัฒนางานให้ก้าวหน้าต่อไป
http://www.lrct.go.th/th/?p=15109
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีแรงงานนอกระบบ พ่อค้า แม่ค้า รับจ้างทำงานอิสระ ฟรีแลนซ์ ฯลฯ รวมทั้งนักเขียน ยังไม่ได้รับการคุ้มครอง เท่าที่ฟังท่านผู้นำ ที่สบถไอ้ห่า จะเน้นเอาใจเอกชน ผู้จ้างงานเป็นหลัก มากกว่าคนทำงาน ด้วย ครับ
*ภาพประกอบการ์ตูนล้อเลียนการเมืองไทย ครับ^^
วันจันทร์ที่9 กพ.
ก่อนวันวาเลนไทน์ ที่ผู้อ่านต้องเมาเหล้าจะเข้าใจโกวเล้ง-นิทเช่(ฮร่า) กับการเขียนหนังสือ โดยใช้วิธีของ Aphorismเป็นรูปแบบคติพจน์,คำพังเพยหรือคำคมสั้นๆ ซึ่งนิทเช่เขียนด้วยเลือดเนื้อชิ้นส่วนของชีวิตเป็นการเขียนหนังสือสิบประโยคในสิ่งที่คนอื่นๆกล่าวไว้ในหนังสือหนึ่งเล่ม และสิ่งที่คนอื่นๆไม่ได้กล่าวไว้ในหนังสือหนึ่งเล่ม โดยงานนักปรัชญาเล่มขนาดใหญ่เขียนยาวมาก นิทเช่ไม่เห็นด้วยโดยกล่าวว่า บางเรื่อง ถ้าพูดแต่เพียงสั้นๆ ก็ถือว่าเป็นผลิตผลของความคิด ที่มีมาอย่างยาวนานมากได้
ดังนั้น งานเขียนดังกล่าวของนิทเช่นี้ ทำให้ผมมานึกถึงการอ่านงานปรัชญา หรืองานวิชาการอื่นๆ อันยากมากกว่าเข้าใจต้องอ่านหลายรอบ เป็นตัวอย่างของวิธีการอ่านในหลายแบบ ด้วย
เมื่อความสำคัญต่อผู้อ่านต้องอ่านระหว่างบรรทัดของประโยคจากการย่นย่อคำสั้นๆบริบทนั้นๆ ถ้าเกิดขยายความแล้ว อาจจะกลายเป็นหนังสือหลายเล่ม ซึ่งคำคมในเชิงคติพจน์ ที่สั้นๆ แฝงปรัชญาในมุมหนึ่งประหยัดคำ ทำให้เข้าใจง่ายและยากได้คราวเดียวกัน เป็นข้อจำกัดของคำสั้น
นี่แหละการสื่อสารกับผู้อ่าน สำหรับผู้เข้าถึงได้ในสัมผัสใกล้นิทเช่ ที่เป็นบ้า(ฮร่า)ซึ่งนิทเช่ชอบไดอะเนซัส เทพเจ้าแห่งดนตรีและไวน์(ฮร่า)
“There is always some madness in love. But there is also always some reason in madness.” – Friedrich Nietzsche
“บางทีความบ้าอยู่ในความรัก แต่บางทีเหตุผลอยู่ในความบ้า”(เหมือนกับความรัก:ผมแปล) หรือคนแปลว่า “ความรักมักมากับความบ้าคลั่ง แต่ในความบ้าคลั่งก็มักมีเหตุผลแฝงอยู่เสมอ”
เมื่อผมลองสรุปความเล่นๆจากการแปลโดยผมเองต่อยอดอาจจะแปลความง่ายๆ ตลกๆว่าบ้าๆก็บ้ารัก คิดถึงคำว่าLove is Madness.
ปิดท้าย How the “True World” Finally Became Fiction(โลกจริงกลายเป็นนิยายท้ายที่สุดได้อย่างไร?)หรือโลกจริงกลายเป็นมายาที่มาจากหนังสือTwilight of the Idols, or, How to Philosophize with a Hammer
http://en.wikipedia.org/wiki/Twilight_of_the_Idols
*ภาพประกอบคำคมของนิทเช่ ต้นแบบแนวคิดPost Modern. ซึ่งส่งผลต่อฟูโก้ และตัวอย่างกรณีแดริดา ที่มีอ้างอิงถึงกันว่ากันว่าหนึ่งประโยคของนิทเช่เท่ากับสรุปใจความสำคัญของผลงานรื้อสร้างทางภาษาวรรณกรรมและศิลปะของแดริดาด้วย ครับ
** http://thailand.englishtown.com/community/Channels/article.aspx?articleName=lovequotes#sthash.kWU0IG1z.dpuf
***นิทเช่ : การอ่านคืองานศิลปะ
https://www.facebook.com/notes/388703027893358/
วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์
รายการทีวีวันศุกร์ นายกพูดโรดแมป ทำให้ผมนึกถึงเรื่องแม่น้ำ5สาย…แต่ผมคิดถึงแม่น้ำกก เป็นแม่น้ำสายสำคัญสายหนึ่งในภาคเหนือของประเทศไทย มีต้นกำเนิดมาจากทิวเขาแดนลาวและทิวเขาผีปันน้ำตอนเหนือของเมืองกก จ.เชียงตุงภายในอาณาเขตของรัฐฉานในประเทศพม่า ไหลเข้าสู่ประเทศไทยที่ช่องแม่น้ำกก อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ไหลมาเรื่อย ๆ จนผ่านตัวอ.เมืองเชียงราย หลังจากนั้นก็ไหลลงแม่น้ำโขงที่บริเวณสบกก อ.เชียงแสน จ.เชียงราย(แม่น้ำโขงไหลผ่านจีน)
นี่แหละภาพการเชื่อมโยงลุ่มน้ำโขงตอนบนมาลุ่มน้ำชี-มูลในอีสาน เป็นต้น เมื่อผมอยากรู้ว่านายกฯ ชักแม่น้ำทั้งห้า แต่แม่น้ำแต่ละสายปิง วัง ยม น่าน เชื่อมโยงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลลงสู่ทะเล อาจจะออกทะเลให้หลงทาง
แน่ละ สิ่งที่ผมยกตัวอย่างเปรียบเปรยเรื่องรัฐธรรมนูญแม่น้ำหลายสาย โดยมายาสร้างภาพ ถึงโรดแมป แม้แต่พยายามไปญี่ปุ่น ให้ร่วมมือไม่ง่ายด้วย ครับ^^
*ภาพประกอบโปสเตอร์ในอดีต เป็นแผนที่ไทยสมัยญี่ปุ่นเข้ามาไทย ต่อต้านอังกฤษ-อเมริกา และดูเพิ่มเติมธงชาติสัญลักษณ์ ฯลฯ ข้อมูลต่างๆ (Southeast Asia During World War II) ครับ
http://www.seasite.niu.edu/crossroads/aneher/warinsea_slbs.htm
วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์
หัวใจมีคุณค่า..หลับฝันไม่เดียวดาย
แรงบันดาลใจที่มาจากหนังสือความรักในศิลปะอาเซียนและวัฒนธรรม
*ภาพประกอบจากหนังสือLove in Asian Art and Culture ว่าด้วยความรัก ศิลปะ วรรณกรรมจีน ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นต้น ครับ
http://www.amazon.com/Love-Asian-Art-Culture-Unnumbered/dp/0295977590
ภาพสวยงาม จากความรักในศิลปะอาเซียนฯ และผมนึกถึงเรื่องพระศิวะคอดำ เพราะดื่มน้ำพิษ ผลของความรักโลกของพระศิวะ พระศอเป็นสีดำ เพราะเมื่อตอนที่พระนารายณ์และเหล่าเทวดา อสูร ทำพิธีกวนเกษียรสมุทรโดยใช้พญานาคเป็นตัวฉุดเขาพระสุเมรุนั้น ใช้เวลากวนนานมาก พญานาค จึงคลายพิษออกมาปกคลุมไปทั่วโลก
ดังนั้น พระศิวะ เกรงจะเป็นภัยต่อมนุษย์และสิ่งมีชีวิตในโลก โดยได้สูบเอาพิษเหล่านั้นไว้ ทำให้คอของพระศิวะเป็นสีดำนั่นเอง(สีของความรักแท้บริสุทธ์ว่าเป็นสีดำ เสมือนสีคอพระศิวะ ) ที่มาคิดต่อยอดผมอ่าน love in Asian art and culture(ความรักในศิลปะอาเซียนและวัฒนธรรม)
วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์
รายการทีวีวันศุกร์ ผมไม่ได้ดูนายกฯไม่รู้พูดซ้ำเรามาจากเทือกเขาอัลไต หรือไม่ แต่ประวัติศาสตร์ไม่จริงได้หลายคนมองประเด็นนี้ ซึ่งยกตัวอย่างประวัติศาสตร์ของแผนที่ทางประวัติศาสตร์ ในภาพแผนที่สยามสมัยร.4 ฝรั่งเห็นแล้วไม่ศิวิไลซ์ โดยฝรั่งไปตีความภาพวาดและวาดภาพประกอบตรงกันข้ามจากเทวดาสวมชฎา ถือตรี และสังข์ กลายเป็นภาพวาดSIAMESE MAP ในสายตาฝรั่งอังกฤษด้วย
โดยประเด็นการวิเคราะห์-ตีความอันน่าสนใจส่วนตัวของผม สะท้อนมุมความเชื่อต่อเทพ เมื่อผมมองภาพเชิงเทวดาแห่งประวัติศาสตร์ ในภาพถ้าเป็นนารายณ์ถือตรี สังข์ ผ่านร่างของแผนที่สยาม ในแง่มากกว่าไตรภูมิเห็นการอวตารของเทวดา คือ การจินตนาการความหมายในเรื่องอวตารของแผนที่ในฐานะนารายณ์อวตาร เป็นปลา(มัตสยาวตาร) – ดั่งภาพอวตารอื่นๆ (หรืออวตารของวิษณุ ถือตรี สังข์เป็นสัญลักษณ์ของน้ำ) นี่เป็นข้อสังเกตใหม่ของผมด้วย
*ภาพประกอบNATIVE MAP OF SIAM ดูข้อมูลเพิ่มเติมNarrative of a residence at the capital of the Kingdom of Siam : with a description of the manners, customs, and laws of the modern Siamese (1852-อธิบายแผนที่ในรูปเป็นร.4)
https://archive.org/details/narrativeofresid00neal
ผมเล่าต่อยอดย่อๆความเป็นสมัยใหม่ของสยาม ที่มีคนจีนอพยพ สมัยต้นรัตนโกสินทร์ยุคร.4 เลิกจิ้มก้อง ด้วย
**ภาพประกอบหนังสือSIAM MAPPEDDฯ ภายในภาพประกอบ ที่มีรูปแผนที่ไตรภูมิ และรูปที่ฝรั่งว่าNATIVE MAP OF SIAM.(ข้อสังเกตคำว่าอวตาร และNATIVE ดูหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ)
วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์
เมื่อผมถูกทวงถามบทรีวิว หนังสือเขตLikeกระสุนจริง หลังจากพยายามหาที่เขียนลงเผยแพร่กระจายไม่ได้ จึงบอกเจ้าของหนังสือว่าผมจะเขียนสั้นๆ สี่บรรทัดในเฟซฯ เนื่องจากผมเคยเขียนไปหนึ่งรอบสั้นๆ (ฮร่า) ต่อมาพัฒนาร่างๆเขียนไปได้หลายบรรทัดมากขึ้นๆ
ซึ่งเรื่องเล่าภาพจริง กับภาพเสมือนในโลกเฟซฯ ที่ว่ากันว่าสงครามการเมืองยังไม่จบ มีรบกันในเฟซฯ ด่ากันในโลกเสมือนจริง จับผิดติดตาม ฯลฯ ล้วนมีกล่าวกันไว้บ้างแล้ว
จากผมเกริ่นนำมาสู่รีวิวหนังสือในประเด็นของสื่อเฟซฯ ส่วนหนึ่งซ้อนซ่อนกับเรื่องสั้นเขตLike กระสุนจริง เป็นเรื่องสั้นใจกลางของรวมเรื่องสั้นเขตLike กระสุนจริง อ่านมุมหนึ่งเห็นความรักโรแมนติค แต่มุมมากกว่านั้น นี่ที่ผมยกตัวอย่างหวนคิดถึงปัญหาตอนจบของเรื่องอ้างอิงปี2519 เฟซฯ ยังไม่มีเป็นตอนเกิดของตัวละคร ที่หวนคำนึงถึงเธอ ที่ตายไป แต่ข้อมูลในเฟซฯ ยังไม่หายไปด้วย
อนึ่ง ส่วนตัวในแง่อารมณ์ความรู้สึกข้อมูลข่าวสาร ที่เคยได้รับหายไปได้ในโลกสื่ออินเตอร์เน็ต ในฐานะสื่อไม่ว่าหนังสือรวมเรื่องสั้น-เฟซฯ แล้วถ้าข้อมูลหายไป ภาพสะท้อนการมีอยู่หรือไม่มีของวงจรอันทรงพลังของภาษาการเขียน ในโลกอินเตอร์เน็ต ต่างส่งเสียงผ่านภาษา และเราจะหลุดพ้นตาสว่างหลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งได้ง่ายหรือไม่
ดังนั้น เรื่องสั้น และนิยายสมควรถูกอ่านให้ตื่นตา เพราะเรื่องสั้นและนิยายได้สร้างความจริงขึ้น เพื่อเข้าใจภาพมายาของโลกนี้ ส่วนตัวผมสะท้อนความเป็นไทยเลียนแบบฝรั่ง หรือผู้อ่านเห็นความหมายบุ๊คนี้แบบเดียวกับfacebook ด้วยครับ^^
* บันทึกย้อนอดีต
10 กรกฎาคม 2557 เมื่อวานผมแวะไปเจอนักเขียนรุ่นพี่ ที่ร่วมเขียนบทหนังสั้น มีหนังสือผลงานเล่มใหม่รวมเรื่องสั้น I like เขตกระสุนจริง(แก้ไข26ก.พ.58: เขตLikeกระสุนจริง) และผมแวะไปตอบแทนด้วยของฝากเป็นข้าวหลาม ซึ่งผมรับปากว่าจะรีวิวหนังสือ โดยอ่านหนังสือจบ แล้วนึกรีวิวสั้นๆว่าราษฎรต้องออกมาต่อต้านความชั่วร้ายทางการเมืองทหารเข่นฆ่าประชาชน! นี่แหละเสรีภาพ ต้องมีโอกาสแสดงออกเช่น ข่าวหม่ำข้าวหลามแทน แซนด์วิชประท้วงคสช. ครับ^^
โดยการเขียนเล่าเรื่องสั้นในเรื่องมวลมหาประชาชน ในเขตLike กระสุนจริง ซึ่งผมเคยเห็นต้นฉบับมาก่อน และต่อมากรณีผมมีเมล์ไชโยของไทย เจ๊งไปข้อมูลหายไป
**แรงบันดาลใจผมเล่าโครงร่างรีวิวไปไกลนอกตัวบทของบริบทหนังสือเขต Like กระสุนจริงถึงเจมส์ จอยซ์ เนื่องด้วยเห็นรูปMarilyn Monroe Reads Joyce’s Ulysses at the Playground (1955) ภาพมารีริน มอนโร อ่านยูลิซิสของเจมส์ จอยซ์
ส่วนภาพของผมทีมงานหนังสั้นถ่ายให้เล่นๆขำขำ โดยผมอยากตัดต่อรูปคู่มารีริน มอนโรอ่านเขตไลค์กระสุนจริงเหมือนผม เพราะผมคิดถึงภาพถ่ายผมเองกับหนังสือเขตLikeกระสุนจริงไอเดียเดียวกับภาพมารีริน มอนโร อ่านยูลิซิสของเจมส์ จอยซ์
http://www.openculture.com/2012/11/marilyn_monroe_reads_joyces_ulysses_at_the_playground.html
http://www.booktryst.com/2010/10/marilyn-monroe-avid-reader-writer-book.html
ผมมีหนังสือยูลิซิส อ่านไม่จบอ่านยาก ต่อมาอ่าน FINNEGANS WAKE ของJames Joyce ประโยคหน้าแรกภาษายากๆ งานเขียนท้าทายผู้อ่าน จนผมรู้สึก ..ร่วงหล่นตก…The fall (bababadalgharaghtakamminarronnkonnbronntonner-ronntuonnthunntrovarrhounawnskawntoohoohoordenenthur-nuk!)….
เมื่อผมถูกทวงถามบทรีวิว หนังสือเขตLikeกระสุนจริง หลังจากพยายามหาที่เขียนลงเผยแพร่กระจายไม่ได้ จึงบอกเจ้าของหนังสือว่าผมจะเขียนสั้นๆ สี่บรรทัดในเฟซฯ เนื่องจากผมเคยเขียนไปหนึ่งรอบสั้นๆ (ฮร่า) ต่อมาพัฒนาร่างๆเขียนไปได้หลายบรรทัดมากขึ้นๆ
ซึ่งเรื่องเล่าภาพจริง กับภาพเสมือนในโลกเฟซฯ ที่ว่ากันว่าสงครามการเมืองยังไม่จบ มีรบกันในเฟซฯ ด่ากันในโลกเสมือนจริง จับผิดติดตาม ฯลฯ ล้วนมีกล่าวกันไว้บ้างแล้ว
จากผมเกริ่นนำมาสู่รีวิวหนังสือในประเด็นของสื่อเฟซฯ ส่วนหนึ่งซ้อนซ่อนกับเรื่องสั้นเขตLike กระสุนจริง เป็นเรื่องสั้นใจกลางของรวมเรื่องสั้นเขตLike กระสุนจริง อ่านมุมหนึ่งเห็นความรักโรแมนติค แต่มุมมากกว่านั้น นี่ที่ผมยกตัวอย่างหวนคิดถึงปัญหาตอนจบของเรื่องอ้างอิงปี2519 เฟซฯ ยังไม่มีเป็นตอนเกิดของตัวละคร ที่หวนคำนึงถึงเธอ ที่ตายไป แต่ข้อมูลในเฟซฯ ยังไม่หายไปด้วย
อนึ่ง ส่วนตัวในแง่อารมณ์ความรู้สึกข้อมูลข่าวสาร ที่เคยได้รับหายไปได้ในโลกสื่ออินเตอร์เน็ต ในฐานะสื่อไม่ว่าหนังสือรวมเรื่องสั้น-เฟซฯ แล้วถ้าข้อมูลหายไป ภาพสะท้อนการมีอยู่หรือไม่มีของวงจรอันทรงพลังของภาษาการเขียน ในโลกอินเตอร์เน็ต ต่างส่งเสียงผ่านภาษา และเราจะหลุดพ้นตาสว่างหลังอ่านหนังสือเล่มหนึ่งได้ง่ายหรือไม่
ดังนั้น เรื่องสั้น และนิยายสมควรถูกอ่านให้ตื่นตา เพราะเรื่องสั้นและนิยายได้สร้างความจริงขึ้น เพื่อเข้าใจภาพมายาของโลกนี้ ส่วนตัวผมสะท้อนความเป็นไทยเลียนแบบฝรั่ง หรือผู้อ่านเห็นความหมายบุ๊คนี้แบบเดียวกับfacebook ด้วยครับ^^
* บันทึกย้อนอดีต
10 กรกฎาคม 2557 เมื่อวานผมแวะไปเจอนักเขียนรุ่นพี่ ที่ร่วมเขียนบทหนังสั้น มีหนังสือผลงานเล่มใหม่รวมเรื่องสั้น I like เขตกระสุนจริง(แก้ไข26ก.พ.58: เขตLikeกระสุนจริง) และผมแวะไปตอบแทนด้วยของฝากเป็นข้าวหลาม ซึ่งผมรับปากว่าจะรีวิวหนังสือ โดยอ่านหนังสือจบ แล้วนึกรีวิวสั้นๆว่าราษฎรต้องออกมาต่อต้านความชั่วร้ายทางการเมืองทหารเข่นฆ่าประชาชน! นี่แหละเสรีภาพ ต้องมีโอกาสแสดงออกเช่น ข่าวหม่ำข้าวหลามแทน แซนด์วิชประท้วงคสช. ครับ^^
โดยการเขียนเล่าเรื่องสั้นในเรื่องมวลมหาประชาชน ในเขตLike กระสุนจริง ซึ่งผมเคยเห็นต้นฉบับมาก่อน และต่อมากรณีผมมีเมล์ไชโยของไทย เจ๊งไปข้อมูลหายไป
**แรงบันดาลใจผมเล่าโครงร่างรีวิวไปไกลนอกตัวบทของบริบทหนังสือเขต Like กระสุนจริงถึงเจมส์ จอยซ์ เนื่องด้วยเห็นรูปMarilyn Monroe Reads Joyce’s Ulysses at the Playground (1955) ภาพมารีริน มอนโร อ่านยูลิซิสของเจมส์ จอยซ์
ส่วนภาพของผมทีมงานหนังสั้นถ่ายให้เล่นๆขำขำ โดยผมอยากตัดต่อรูปคู่มารีริน มอนโรอ่านเขตไลค์กระสุนจริงเหมือนผม เพราะผมคิดถึงภาพถ่ายผมเองกับหนังสือเขตLikeกระสุนจริงไอเดียเดียวกับภาพมารีริน มอนโร อ่านยูลิซิสของเจมส์ จอยซ์
http://www.openculture.com/2012/11/marilyn_monroe_reads_joyces_ulysses_at_the_playground.html
http://www.booktryst.com/2010/10/marilyn-monroe-avid-reader-writer-book.html
ผมมีหนังสือยูลิซิส อ่านไม่จบอ่านยาก ต่อมาอ่าน FINNEGANS WAKE ของJames Joyce ประโยคหน้าแรกภาษายากๆ งานเขียนท้าทายผู้อ่าน จนผมรู้สึก ..ร่วงหล่นตก…The fall (bababadalgharaghtakamminarronnkonnbronntonner-ronntuonnthunntrovarrhounawnskawntoohoohoordenenthur-nuk!)….
ความยากอันเข้มข้นของกำแพงภาษางานทดลองสุดล้ำก้าวหน้ามาก จากตัวอย่างงานของjames joyce(เขียนเรื่องสั้น บทกวี รวมทั้งบทละครดูประวัติเพิ่มเติม) ที่ผมยกตัวอย่างคำร่วงหล่นตกมาเปรียบเทียบกับความหมายThe fall(…)กับคำในวงเล็บแสนยาว นี่ต้นกำเนิดโพสต์โมเดริน์ทางวรรณกรรม แท้จริงแล้ว ไม่มีความจริงเป็นสิ่งถูกสร้างขึ้น
(เว็บอ้างอิง:อ่านเพิ่มเติม การอธิบายขยายความคำแต่ละคำ ถูกขีดเส้นใต้ระหว่างบรรทัด เช่น คำว่า The fall : The story tale of the fall is retailed early in bed and later in life…)
http://www.finwake.com/1024chapter1/1024finn1.htmมโนสำนึกของฟินเนกัน
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99
(เว็บอ้างอิง:อ่านเพิ่มเติม การอธิบายขยายความคำแต่ละคำ ถูกขีดเส้นใต้ระหว่างบรรทัด เช่น คำว่า The fall : The story tale of the fall is retailed early in bed and later in life…)
http://www.finwake.com/1024chapter1/1024finn1.htmมโนสำนึกของฟินเนกัน
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9F%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99
***การ์ตูนล้อเลียนงานเขียนของเจมส์ จอยซ์ “Does nobody understand?”(ไม่มีคนเข้าใจ?)… The last words of James Joyce.
http://awaisaftab.blogspot.com/2008_11_01_archive.html
****ปิดท้ายของการเขียน ที่มาเน้นเจมส์ จอยซ์ เพราะงานเเขียน FINNEGANS WAKE เกี่ยวกับการหลับและการฝัน…ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
http://awaisaftab.blogspot.com/2008_11_01_archive.html
****ปิดท้ายของการเขียน ที่มาเน้นเจมส์ จอยซ์ เพราะงานเเขียน FINNEGANS WAKE เกี่ยวกับการหลับและการฝัน…ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์
ผมคิดถึงเพลงDream before..History is an angel(ประวัติศาสตร์ คือ เทวดา) กรณีที่ผมเห็นไอเดียน่าสนใจนำเพลงDream before(for Walter Benjamin ที่มาจากไอเดียTheses on the Philosophy of History) ใส่”Manufacturing Dissent”เป็นสารคดี(documentary)ด้านคนงาน ที่มีตัวอย่างตัดต่อสั้นๆตอนใกล้จบ
ปิดท้าย ขอไปหลับตานอนฝันก่อนราตรีสวัสดิ์ ครับ^^ *งานสารคดีนี้ของDebra Beattie ดูท้าทายสำหรับผม(History is an angel ความเชื่อ ความหวังฯลฯ) เพราะสารคดียังแบ่งเป็นหลายแนวสารคดีประวัติศาสตร์ หรือสารคดีแนวใหม่ๆ ที่มีท้าทายเส้นแบ่งเรื่องจริงกับเรื่องแต่งเหมือนนิยาย ฯลฯ ด้วย ครับ
วันพฤหัสที่ 26 กุมภาพันธ์
วารสารเก่าเก็บไว้ ที่พวกผม ทำกันสมัยป.โทเกือบสิบปีแล้ว มีหน้าปกเป็นสมุดภาพไตรภูมิ ฉบับกรุงศรีอยุธยา ที่มีแม่น้ำของ(โขง)กับปลา ซึ่งประเด็นเรื่องศาสนาพุทธ อดีต-ปัจจุบัน โดยผมคิดภาพสะท้อนIdentityพุทธไทย มุมเชื่อในศาสนาพุทธ อาจจะยังวนเวียนย้อนรำลึกชาติ อดีตชาติ ผ่านไตรภูมิ เป็นไปตามกฎแห่งกรรม กรณีกระแสปัจจุบันสำนักธรรมกาย ที่มีมากกว่านั้น เคยเป็นข่าวพุทธพิสดารของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ท้าเหาะแข่งเครื่องบินเจ็ท ฯลฯ ครับ
*ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง“หลวงปู่เณรคำ” พระในตำนานลุ่มน้ำโขง…
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9560000085047
วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์
รายการทีวีวันศุกร์ นายกฯออกมาพูดเรื่องศาสนา ตามกระแสข่าววิจารณ์พุทธผ่านธรรมกาย ในหลายเรื่องน่าสนใจ ซึ่งผมเห็นหนังสือSIAM MAPPEDDฯ เคยกล่าวถึงสำนักธรรมกาย ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากผู้นำทหาร… ฯลฯ ในช่วงเวลาหนึ่ง และผมมาคิดต่อขยายประเด็นชัยชนะของพุทธ ผ่านแผนที่ทางประวัติศาสตร์ ที่เคยปะทะกับคอมมิวนิสต์(ไม่มีศาสนา) การเข้ามาของเทคโนโลยี(แผนที่ ฯลฯ)-วิทยาศาสตร์ และทุนนิยมของพุทธพาณิชย์(ผ่านสื่อ ฯลฯ)
บัดนี้ บททดสอบในการพิสูจน์พุทธไทย จะเสื่อมหรืออยู่รอด มากกว่าสำนักธรรมกาย มีสำนักอื่นๆ อีก เช่น ภาพการ์ตูนขำๆ กรณีหลวงปู่เณรคำ โดยเหตุผล-ตรรกะวิบัติได้ ครับ^^
โดยสรุป ข้อสังเกตของผมกับพุทธศาสนาไทย ไม่เหมือนสปป.ลาว ผ่านตกเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส และคอมมิวนิสต์ ซึ่งให้มีศาสนาได้ และพุทธไทย กำลังถูกท้าทาย ในประเด็นเรื่องศาสนาพุทธ อดีต-ปัจจุบันสู่อนาคต ตั้งคำถามแบบความดีตามหลวงพ่อพุทธะอิสระ หรือไม่ ซึ่งผมคิดรากฐานทางวัฒนธรรมภาพสะท้อนอัตลักษณ์(Identity)พุทธไทย มุมเชื่อในศาสนาขัดแย้งดั่งพายุ ทำให้เกิดความก้าวหน้า เป็นคำถามปิดท้าย สู่ทางออกโดยหาทางวิภาษวิธี ทำให้สังเคราะห์ปัญหาพุทธไทยก้าวหน้า ด้วย ครับ
*ภาพประกอบหนังสือSIAM MAPPEDDฯภาษาญี่ปุ่น(รูปจากสมุดภาพไตรภูมิฯ)
**ภาพหลวงปู่พุทธะอิสระ และภาพล้อการ์ตูนหลวงปู่เณรคำกับธรรมกาย ดูเพิ่มเติมการ์ตูนการเมืองโยงกับคดีธรรมกาย-ทักษิณ-เสื้อแดง-โจรผ้าเหลืองกับนายกฯตู่เป็นยาม หรือมติมส. สภาปฏิรูป ฯลฯ(ลองหาเพิ่มเติม)
http://www.manager.co.th/Pjkkuan/viewbrowse.aspx?browsenewsID=1054
http://akecity2.blogspot.com/2015/02/blog-post_24.html
***ที่มาเรื่องเณรคำ มีอายุราว 120 ปี คือเป็นพระไม่แก่ จึงกลายเป็นตำนานที่รู้กันในลุ่มน้ำโขง และตำนาน ภูเขาควายของสำนักธรรมกาย อ้างแล้ว ครับ
วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์
หลายวันก่อนผมได้พบกับอ.ชิน จากญี่ปุ่น อีกครั้งในรอบหลายปี จากที่เคยเขียนบันทึกไว้เรื่องอ.ชิน ถามเรื่องคนไทยไม่เขียนไดอารี่ เหรอ
*ผมบันทึกไว้วันที่ 14 ก.ย 2009 และผมบันทึก2015บางส่วนอีกครั้งร่วมฟังกับอาจารย์(สงวนนาม ฮร่า) ฯลฯ โดยหลากเรื่องผมถามเรื่องห้องสมุดแค่นั้นสั้นๆ(คิดในใจน่าได้ทุนไปดูห้องสมุดฮร่า) ครับ
**อ.ชินอิชิ ชิเกโตมิ หรือSHIGETOMI Shinichi(ชินนิอิชิ ชิเกโตมิ) เคยเขียนเรื่องไทย ที่มีคนแปลไว้ และ การวิจัยภาคสนาม: เศรษฐศาสตร์การเกษตร,สังคมวิทยาชนบท,องค์กรท้องถิ่น,อาณาบริเวณศึกษา(ไทย),ขบวนการเคลื่อนไหวทางสังคม และเอ็นจีโอ(องค์กรพัฒนาเอกชน)
http://www.ide.go.jp/English/Researchers/shigetomi_shinichi_en.html
https://ideas.repec.org/a/jet/deveco/v34y1996i3p342-346.html
https://ideas.repec.org/f/psh262.html
***ภาพห้องสมุดของสถาบันพัฒนาเศรษฐศาสตร์ฯ(IDE)ฯที่ทำงานอ.ชิน ครับ^^
http://www.ide.go.jp/English/Library/index.html
วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558
“pessimism of the intellect, optimism of the will”(มองโลกแง่ร้ายด้วยสติปัญญา และการมองโลกแง่ดีอย่างสุขนิยมแบบเจตนารมย์)
2.มกรา
วันศุกร์เปิดทีวีเจอพลเอกประยุทธ์ ซึ่งพูดถึงช่วงก่อนเห็นข่าวนายกฯ’ประยุทธ์’ปั่นจักรยานรอบกรุง ทำให้ผมนึกถึงปีก่อนโน้นเสนอโปรเจ็กหนังสั้นปั่นจักรยาน รวมทั้งนึกถึงความทรงจำที่หายไป กลับมาให้เล่าเรื่องตลกๆ สมัยเรียนม.ปลายเป็นนักศึกษาวิชาทหารรด.(รักษาดินแดน)ผมชอบปั่นจักรยานไปโรงเรียนเจอครูฝึกทหารไม่พอใจ ก็จับจักรยานผมทุ่มลงน้ำคูรอบร.ร.ให้กระโดดลงไปเก็บขึ้นมาด้วย
หึๆ ทหารไม่บ้าอำนาจ ผมรู้แล้ว ว่าท่านประยุทธ์เคยพูดว่าจะทุ่มด้วยโพเดียมน่ะ ครับ
สรุปแล้ว ผมเป็นพวกมองโลกแง่ดีอย่างสุขนิยมได้หนึ่งด้าน คลับคล้ายคำคมอย่างกรัมชี่“pessimism of the intellect, optimism of the will”(มองโลกแง่ร้ายด้วยสติปัญญา และการมองโลกแง่ดีอย่างสุขนิยมแบบเจตนารมย์) แน่ละสำนวนแปลแตกต่างเคยมีผู้แปลแล้วผมแปลง่ายๆ ครับ
“Pessimism of the spirit; optimism of the will.”(สำนวนที่สอง : สปิริตของการมองโลกแง่ร้ายและแง่ดีอย่างเป็นสุข)
วันนี้ (7 ม.ค.พ.ศ. 2522 )ทหารเวียดนามเข้ายึดพนมเปญ โค่นล้มเขมรแดงภายใต้การนำของพล พต “วันชัยชนะเหนือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ของกัมพูชา รำลึกถึงการสิ้นสุดยุคเขมรแดงในปี 1979
http://th.wikipedia.org/wiki/7_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1
https://twitter.com/search?q=lDIoNbY43h.
**รีวิวหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ ภาพสะท้อนสงครามระหว่างรัฐถึงกัมพูชาผ่านหนังฯ
ข่าวศาลกัมพูชาไต่สวน2ผู้นำเขมรแดงรอบใหม่ กรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฯลฯ ทำให้ผมนึกถึงเคยดูภาพยนตร์เรื่อง ศัตรูประชาชน (Enemies of the People) แล้วเพิ่งคิดได้เรื่องชาตินิยม เพราะผมกลับมาอ่านหนังสือชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม โดยเขียนจากเหตุการณ์ช่วงเวลาใกล้ปัจจุบัน1979(2522)ไปหาอดีตแล้วย้อนกลับมาปัจจุบันใกล้กับช่วงผลิตหนังสือ1983 (สะท้อนเรื่องรัฐชาติจากระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่ระดับโลกในมิติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ต่างๆ รวมทั้งท้าทายแนวคิดข้ามรัฐชาติสู่สากลนิยม )ได้กล่าวถึงกรณีสงครามรัฐจีน กัมพูชาและเวียดนาม ในตอนเปิดบทนำของหนังสือด้วย
โดยข้อมูลเพิ่มเติมช่วงที่คนในพคท.ทะเลาะกัน จะเข้าข้างเขมรแดงโหดร้ายป่าเถื่อนตามจีนเชียร์เขมรแดง 2522(1979) ซึ่งจีน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(2515)จับมือกับอเมริกายุคการทูตกีฬาปิงปองคานอำนาจโซเวียต ต่อมาไทยกับจีน(2518)โดยจีนกับโซเวียตทะเลาะกัน โดยพคท.กับเขมรแดงสายจีน ลาวกับเวียดนามสายโซเวียต ต่อมาเวียดนาม-ลาว บุกเขมร แล้วพคท.(พรรคคอมมิวนิสต์ไทย)มาคุยกับรัฐไทย ร่วมมือชั่วคราวต้านเวียดนาม เพราะเชื่อว่าเวียดนามอาจจะยึดเขมรแดง และปฏิวัติมาถึงไทยได้(บริบทซับซ้อนกรณีมหาอำนาจอเมริกา ช่วยเขมรแดงด้วย)ซับซ้อนซ่อนเร้นกัน ครับ
อย่างไรก็ตาม หนังศัตรูประชาชนสะท้อนชาตินิยมผ่านอดีตผู้นำ ทหารเป็นข้อเสียของชาตินิยมหนึ่งข้ออ้างไปสู่ความรุนแรง
ข้อมูลเพิ่มเติม:http://mornor.com/2009/forum/viewthread.php?tid=104831
http://www.youtube.com/watch?v=5tRP_nEM6Es
ผมคิดไปคิดมาแล้วปวดหัว ฟังเพลงมิวสิควิดิโอวัยรุ่นหน่อยๆ 5555 ฉากสงครามเวียดนาม คือ เพลงเธอ
http://www.youtube.com/watch?v=nY9sHiZ4bTU
ผมเห็นการวิเคราะห์เรื่องกรณีเขมรแดง เปรียบเทียบกับไทย เคยมีคนวิเคราะห์ไว้ผมเห็นด้วย ว่าอเมริกา มีอิทธิพล ทำให้ช่วยหาทางลงโทษอดีตผู้นำเขมรแดงอย่างนวนเจีย"พี่ชายหมายเลขสอง"88ปีฯลฯ ได้แม้ว่าล่าช้า อเมริกา มีส่วนช่วยด้านหนึ่ง ก่อให้เกิดดำเนินคดี ก็เกือบทำให้ผู้นำถึงแก่กรรมหมดก่อนหน้านี้ เช่น พลพต อีกทั้งปัจจัยการล่าฆ่าสังหารโหดเป็นล้านคน มากกว่าเหตุการณ์ทางการเมืองของไทย(รายละเอียดข้อมูลเยอะ) และไทยยังไม่ได้ลงนามศาลอาญาระหว่างประเทศ ท้ายที่สุด เหตุการณ์ตัวอย่าง 14 ตุลา-6 ตุลา ซึ่งในที่สุด"จอมพลคนสุดท้าย" ถนอมถึงแก่อสัญกรรม พ.ศ. 2547 รวมอายุได้ 92 ปี อายุยืนมากๆ ด้วย
นี่แหละไทยแลนด์ จะเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมล่าช้า ไม่มีลงโทษความผิดใด สรุปแล้วสางเขียวไทยๆ โดยส่วนตัวผมบางครั้งเข้าวัดไหว้พระพุทธรูปแสวงหาความยุติธรรม ตามแนวกฏแห่งกรรม กับธรรมะไปก่อนแล้ว เป็นความหวัง ครับ
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=932965196732709&id=100000577118415
ประเทศไทยอยากให้มาตรฐานยุติธรรม และไทยเคยยุ่งกับเขมรตอนยุคนั้นเข้าข้างสองข้าง จนบัดนี้ยังทำตัวเป็นสองมาตรฐาน นี่เข้าประชาคมอาเซียนยังน่าไม่อายได้อีก ความยุติธรรมหายไป ที่มาของเรื่องย่อหนังสั้นใบไม้ ณ ลำปาง ซึ่งผมนึกถึงบทกวีเรื่อง“ใบไม้ที่¬หายไป”…เธออ่านนิยายใฝ่ฝัน สงสัยค่ายุติธรรม์หายไปไหน การต่อสู้เพื่อสิ่งนี้จะมีใคร เธอก้าวไปค้นความจริง (อิงนิยาย)”…
9.
รายการทีวีวันศุกร์ก็ประยุทธ์ พูดถึงวันเด็ก เหอะๆ เด็กเอ๋ยเด็กดี แล้วทำตัวอย่างไม่ดีรัฐประหารประเทศฉิบหาย ให้เด็กเห็นทำไม ต่อมาข่าวกกต.ขัดแย้งเรื่องการจัดเลือกตั้ง ทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำ และคำถามประการหนึ่งเรื่องละอายต่อบาป กับพลังสัญลักษณ์ผ่านหลวงพ่อพุทธอิสระ พร้อมม็อบให้สิทธิธรรมให้ทหาร กับภาพสะท้อนสัญลักษณ์เหรียญกูชนะเป็นธงชาติไทยไตรรงค์สามสีไม่ใช่ธงช้างเผือก
นี่แหละชาตินิยม อันเป็นคำถามเรื่องมีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา หนึ่งในค่านิยมสิบสองประการ . ทำไมมีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ กลับตาลปัตรของสังคมชนชั้นกลางถึงอำนาจฝ่ายสูงของไทย เหอะๆ ครับ^^
*ป๋าเปรม ยก ‘นายกฯลุงตู่’ ยึดอำนาจเพื่อชาติ
**เปิดบูชารูปเหมือน “หลวงปู่พุทธะอิสระ” รุ่นกูคือผู้ชนะ ปลุกเสกตลอดพรรษา มีจำนวนจำกัด
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1409900077
กรณีที่เปลี่ยนภาพเฟซบุ๊ค “พระรูปเหมือนหลวงปู่พุทธะอิสระรุ่น “กูคือผู้ชนะ” แบบลอยองค์และเหรียญ” เป็นภาพวาบหวิว
http://www.naewna.com/politic/137456
16.วันศุกร์
วันศุกร์รายการทีวีนายกฯแสดงวิสัยทัศน์..ไทย เราต้องเป็นศูนย์กลางการเงิน กระจายสินค้า การศึกษาของเด็กไทยกับต่างชาติ สร้างเสริมการค้า การลงทุน ยกระดับเกษตรกรของไทย และศูนย์กลางของอาเซียน แต่ศูนย์กลางอาเซียนทางเศรษฐกิจ อยู่ที่สิงค์โปร์ เป็นประชาธิปไตย
ฉะนั้น การเมืองภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในโลกาภิวัตน์ หลงลืมชายแดนใต้ มรสุมอำนาจปืนภายใต้ทหารนิยมเข้มข้นเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลักการเศรษฐกิจเสรีนิยม ภายใต้โลกทุนนิยม ทำให้การสร้างเกิดเศรษฐกิจเสรีกระจายรายได้ทั่วทุกคน เป็นความมั่นคงต่อเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศ แล้วความไร้เสรีภาพภายใต้กฎอัยการศึก ไม่ได้ก่อให้เกิดสันติภาพแท้ เมื่อสันติภาพเกิดจากเสรีภาพ อิสรภาพ ไม่ใช่กดขี่(subaltern)หรือใช้อำนาจบังคับ น่ะ ครับ
พี่khunya บอกแถวบ้านพี่เรียกพล่าม ทำให้ผมนึกถึงพล.อ.เปรม ได้ให้โอวาท ว่า บ้านเมืองของเรามีปัญหาใหญ่ 2 อย่าง 1. คือความยากจน 2. คือที่เรากำลังจะปราบปราม คือการฉ้อราษฎร์บังหลวง ความยากจนเป็นภาระของรัฐบาลที่ต้องดูแลราษฎรของเราให้ยากจนน้อยลง เรื่องยากจนนี่สำคัญ แต่ไม่เร่งด่วนเท่าเรื่องที่ศึกษาคือ การฉ้อราษฎร์บังหลวง
http://www.komchadluek.net/detail/20141219/197969.html
17
ศิลปะการ์ตูนล้อเลียน ทำให้เกิดความตายและเสรีภาพ ปะทะความตายเพื่อศาสนา นี่เป็นสัญญาณของการตีความวัตถุศิลปะถูกต้องตัดสินโดยคนดูงานผิดได้ ในโลกเสรีทุนนิยมการพิมพ์อย่างหลากประเด็นไปถึงเรื่องเสรีภาพการพูด จุดสำคัญของผมออกนอกกรอบเรื่องอาณานิคม ที่ยุโรปเคยทำไว้กับอิสลาม วาทกรรมก่อการร้ายและการเหยียดหยามเชื้อชาติ กรณีที่มีการเขียนถึงมาแล้ว
ข้อสังเกตยามเศรษฐกิจตกต่ำฝรั่งเศส เคยเกิดกระแสracismคนอื่นไม่ใช่พวกเราเชื้อชาติเดียวกันแย่งงานด้วยซ้ำ ทำหายไปจากคำขวัญ เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ หรือความตาย เพื่อสังคมอันดีงามอย่างแท้จริง แล้วศิลปะจะเกิดผลสันติภาพ ครับ
ปล.ผมเขียนถึงเรื่องอ่อนไหวหลายรอบแก้ไขร่างแรกหายไปที่เขียนไว้ ต้องกลับมาเขียนใหม่เน้นเรื่องศิลปะ ครับ
*ดูข้อมูลมุมมองตรงข้ามกับฝรั่งผิวขาว อ้างเอ็ดเวริด์ ซาอิด :Orientalism
ขอบคุณ อ.ไชยันต์ รัชชกูล ส่งข้อมูลดังกล่าวแนะนำผม ครับ
ปล.ผมเขียนถึงเรื่องอ่อนไหวหลายรอบแก้ไขร่างแรกหายไปที่เขียนไว้ ต้องกลับมาเขียนใหม่เน้นเรื่องศิลปะ ครับ
อ.สมศักดิ์ ใช่ ผมเห็นด้วยในแง่ที่บทความ Charlie hebdo this attack was nothing to do with free speech it was about war ซึ่งไกลในแง่นั้น คนเขียนเหมือนคนคิดมองการณ์ไกลระยะยาวกว้างๆ และย้อนอดีตไม่ว่าแนวคิดOrientalism ออกจากการครอบงำยุโรปเป็นศูนย์กลางของอดีตเจ้าอาณานิคม และวาทกรรมความรู้ ที่เหยียดเชื้อชาติ ศาสนาอิสลาม
ปัจจัยมากกว่าเรื่องยิงกันของเรื่องนี้ คือ หยุดสงคราม สร้างสันติภาพ ในแง่มุมส่วนตัวของผมคิดถึงเพิ่มเติมจากหลายปัจจัย ทั้งที่การแสดงความคิดเห็นมีเปรียบเทียบเรื่องคนยิงนักเขียนการ์ตูนกับอ.สมศักดิ์ ด้วย
ซึ่งปัญหาตรรกะเหมือนจะได้ถูกต้อง ผมเห็นด้วยคนยิงผิดหาข้ออ้างมาใช้ความรุนแรงโดยไม่ยุติธรรมต่อกัน แต่ประเด็นของการ์ตูนล้อฯไม่เหมือนทุกเรื่องทั้งสงคราม และเศรษฐกิจ ที่มีเรื่องความสัมพันธ์ข้อสังเกตยามเศรษฐกิจตกต่ำฝรั่งเศส เคยเกิดกระแสracismคนอื่นไม่ใช่พวกเราเชื้อชาติเดียวกันแย่งงานด้วยซ้ำ ที่จริงๆแล้วผมได้ไอเดียจากบทความเก่าของอ.สมศักดิ์ แหละครับ
ความไม่เข้าใจต่อเรื่องศาสดา การต่อสู้โดยการยิงกัน เป็นเรื่องผิดหรือถูกผมนอกกรอบ ต่อความรุนแรงในการเขียนการ์ตูนล้อเลียน ง่ายๆ บางคนล้อชื่อพ่อก็โกรธยิงกันได้ จุดประเด็นของบทความพลิกกลับความตายเป็นเสรีภาพการพูดขบวนการเคลื่อนไหว ทำให้ผมมาคิดต่อยอดโดยส่วนตัวไม่คิดมากจะเขียนดี ท่ามกลางกระแสขบวนของไทย ที่มองเรื่องนี้แตกต่างกัน จึงเลือกเสนอด้านศิลปะการตูน์ล้อเลียนอยากเขียนขำขำหน่อยๆด้วยซ้ำ
ตอนร่างแรกๆ กลับมาจริงจังขึ้น เมื่อคิดในแง่วัตถุศิลปะ หรือด้านการแปลความหมายศิลปะมุมมองแบบอัตวิสัย โดยผู้ดู เป็นผู้ชี้ถูกและผิด ปัญหาการตีความไม่ได้อยู่ที่คนดูการ์ตูนถูกตัดสิน โดยทฤษฎีทางศิลปะอื่นๆ เมื่อดูการ์ตูนอย่างง่ายสบายๆสนุกตามเสรีภาพดูได้ ส่วนที่ดูการ์ตูนยากขึ้น ทำให้เกิดความตายและเสรีภาพ ปะทะความตายเพื่อศาสนาโดยข้อเสนอมองการณ์ไกลแก้ไขปัญหาได้ เพื่อนิยามความหมายของเสรีภาพกว้างขึ้นทั่วทุกคน
^^ขอบคุณที่มาแนะนำความคิดเห็นด้วยความคิดถึงรักษาสุขภาพ น่ะครับ
โลกชักอยู่ยากขึ้น ทำให้ผมต้องมองโลกสวยไว้ด้วย ครับ^^
http://en.wikipedia.org/wiki/Je_suis_Charlie
23
ผมจะโพสต์เน็ตดันช้า สงสัยสิ่งผิดปกติ(ฮร่า) จากรายการทีวีวันศุกร์ผู้นำพูดถึงผู้นำอาเซียนทุกคนมีความสุข แต่ประชุมเรื่องไอทีภูมิภาคเอเซียน นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (digital economy) ไม่เสรีใหม่ ทำพ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์ มีปัญหาละเมิดสิทธิ์ ขัดแย้งในตัวเอง และฝ่ายปกครอง“การกลับคืนสู่ภาวะปกติ”อย่างสงบสุข ของคสช.ต้องการปฏิรูปครอบงำด้วยกำลังอำนาจ ขาดอำนาจนำ(Hegemony) โดยปัจจัยเหตุการณ์ในอดีตต่างจากปัจจุบันกว่าชนชั้นนำทำได้ และกรณีตัวอย่างผมดัดแปลงทฤษฎีของกรัมชี่เรื่องPassive Revolution ใช้คำว่าปฏิวัติคลื่นใต้น้ำ ในยุคป๋าเปรม(อาทิตย์ กำลังเอกปะทะป๋าฯลฯ) กลับกันมาถึงยุคสุจินดา ยึดอำนาจไม่นานทหารเสื่อมอำนาจ
โดยต่อมาเฉพาะหลังจากปี พ.ศ.2535 ที่ประเทศไทยต้องประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองใหญ่ๆ แม้ด้านหนึ่งป๋าเปรม ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเพื่อรักษาสมดุลย์ทางการเมือง และนำประเทศไทยกลับสู่สภาวะปกติได้ แต่แล้วต่อมาหลังปี2549 กรณีสุรยุทธ์ สะท้อนประชาธิปไตยกับกลุ่มทุนเป็นคลื่นใต้น้ำ ต่อคสช.
แม้ข้อสังเกตผ่านบทเรียนอดีตปี2553และ56-57 สอนผมให้ปัจจุบัน มองการครองอำนาจนำ (Hegemony)อย่างเข้าใจทหารอำนาจปืน บังคับโรดแมป โดยอยากย้อนไปยุคป๋าเปรมไม่เสรีทุนต้องอิงอำนาจทหาร หรือยุคที่ป๋าเปรมสร้างสมดุลย์ได้ ต่อจุดยืนของผม ไม่ใช่กดขี่(subaltern)ใช้อำนาจบังคับครองอำนาจรัฐเพื่อประชาชนแบบเดิมได้
ซึ่งผมเสนอบริบทภาพแสดงแทนกล่าวอย่างสั้นๆ ผ่านการ์ตูนตลกคลายเครียดหลังถอดถอนยิ่งลักษณ์ ครับ
ราตรีสวัสดิ์ ^^
*ภาพการ์ตูนประยุทธ์-ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ ฯลฯ ครับ
30.วันศุกร์
รายการทีวีวันศุกร์พบนายก พูดถึงวันทหารผ่านศึก ที่เสียสละ ถ้าเครียดจัดใกล้บ้าอย่างที่เป็นข่าวพูดว่าผมเป็นขี้ข้าหรือไงวะประยุทธ์เสียสละเพื่อชาติ ลาออกสบายพักผ่อนได้
ดังนั้น ภาพรวมของทหารว่าด้วยจะต้องไม่ย้อนยุคป๋าเปรม การเมืองทีวีข้ามชาติ ห้ามติดจานทีวีรับสัญญาณทีวีต่างประเทศจากดาวเทียม เพราะเหตุผลความมั่นคง แต่เราเห็นความพยายามอีกด้านของตัวชี้วัดปิดกั้นสื่อ คือ พรบ.ความมั่นคงไซเบอร์
โดยฝ่ายบิ๊กตู่ อยากยึดหลายพื้นที่ เช่น พื้นที่สาธารณะ ที่มีข่าวคปก.ร้องชะลอ ร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ หวั่นไม่ชอบด้วยกม.-กระทบสิทธิเกินจำเป็น หรืออยากยึดพื้นที่สื่อ แต่กลายเป็นเสียเรื่องต่อสื่อด้วย
เมื่อผมเคยเขียนบทความเรื่อง26 มีนาคม2520 และต่อมาลองทบทวนเหตุการณ์1 เมษา2524-9กันยา 2528 หลังจากสิ้นสุดสงครามพคท. รวมทั้งกรณีอาทิตย์ กำลังเอกปะทะป๋าเปรม ซึ่ง25 มกราคม เคยเป็นวันกองทัพไทยในสมัยพลเอกเปรม ซึ่งผมเคยเขียนเกร็ดเรื่อง “วันกองทัพไทย” และ .. สู่อนาคต “ทหารไทยนี้รักสงบ” และโดยผมเขียนปี2554ยังหวังดังเดิม ให้ทหารไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ปิดท้าย การวิเคราะห์สถานการณ์ผ่านWar of positionของกรัมชี่ คือ การยึดคืนพื้นที่ของฝ่ายทหารได้ ทำอย่างก้าวหน้าทีละขั้น จนกระทั่งผมคิดอยากโพสต์เรื่องตลกๆ กรณีพื้นที่ภาคใต้ มีปัญหาตั้งแต่สมัยทักษิณ ท้าท้ายชนชั้นนำ และประชาธิปัตย์ ดังที่นักวิชาการฝรั่งเคยเขียนไว้ ซึ่งผมเคยเขียนเรื่องสภาวะDual power(อำนาจคู่)ฝ่ายรัฐกับกองทัพ ฯลฯ ต่อมาข่าวปัจจุบันที่ Daniel Russel มาจากอเมริกาห่วงใยไทย เกิดคลื่นใต้น้ำ นึกถึงการ์ตูนอดีตทูตคริสตี้ ครับ^^
*หนึ่งในชิ้นงานอยู่อัลบั้มงานศิลปะรูปแผนที่สมัยเรียนปริญญาตรีของผม ครับ^^
**การ์ตูนล้อภาคใต้ และอดีตทูตคริสตี้ อเมริกา นี่เป็นหนึ่งในภาพสะท้อนที่อเมริกา ครับ
***เกร็ดเรื่อง “วันกองทัพไทย” และ .. สู่อนาคต “ทหารไทยนี้รักสงบ”
http://www.prachatai.com/journal/2011/01/32710
วันศุกร์เปิดทีวีเจอพลเอกประยุทธ์ ซึ่งพูดถึงช่วงก่อนเห็นข่าวนายกฯ’ประยุทธ์’ปั่นจักรยานรอบกรุง ทำให้ผมนึกถึงปีก่อนโน้นเสนอโปรเจ็กหนังสั้นปั่นจักรยาน รวมทั้งนึกถึงความทรงจำที่หายไป กลับมาให้เล่าเรื่องตลกๆ สมัยเรียนม.ปลายเป็นนักศึกษาวิชาทหารรด.(รักษาดินแดน)ผมชอบปั่นจักรยานไปโรงเรียนเจอครูฝึกทหารไม่พอใจ ก็จับจักรยานผมทุ่มลงน้ำคูรอบร.ร.ให้กระโดดลงไปเก็บขึ้นมาด้วย
หึๆ ทหารไม่บ้าอำนาจ ผมรู้แล้ว ว่าท่านประยุทธ์เคยพูดว่าจะทุ่มด้วยโพเดียมน่ะ ครับ
สรุปแล้ว ผมเป็นพวกมองโลกแง่ดีอย่างสุขนิยมได้หนึ่งด้าน คลับคล้ายคำคมอย่างกรัมชี่“pessimism of the intellect, optimism of the will”(มองโลกแง่ร้ายด้วยสติปัญญา และการมองโลกแง่ดีอย่างสุขนิยมแบบเจตนารมย์) แน่ละสำนวนแปลแตกต่างเคยมีผู้แปลแล้วผมแปลง่ายๆ ครับ
“Pessimism of the spirit; optimism of the will.”(สำนวนที่สอง : สปิริตของการมองโลกแง่ร้ายและแง่ดีอย่างเป็นสุข)
วันนี้ (7 ม.ค.พ.ศ. 2522 )ทหารเวียดนามเข้ายึดพนมเปญ โค่นล้มเขมรแดงภายใต้การนำของพล พต “วันชัยชนะเหนือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ของกัมพูชา รำลึกถึงการสิ้นสุดยุคเขมรแดงในปี 1979
http://th.wikipedia.org/wiki/7_%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1
https://twitter.com/search?q=lDIoNbY43h.
**รีวิวหนังสือชุมชนจินตกรรมฯ ภาพสะท้อนสงครามระหว่างรัฐถึงกัมพูชาผ่านหนังฯ
ข่าวศาลกัมพูชาไต่สวน2ผู้นำเขมรแดงรอบใหม่ กรณีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ฯลฯ ทำให้ผมนึกถึงเคยดูภาพยนตร์เรื่อง ศัตรูประชาชน (Enemies of the People) แล้วเพิ่งคิดได้เรื่องชาตินิยม เพราะผมกลับมาอ่านหนังสือชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม โดยเขียนจากเหตุการณ์ช่วงเวลาใกล้ปัจจุบัน1979(2522)ไปหาอดีตแล้วย้อนกลับมาปัจจุบันใกล้กับช่วงผลิตหนังสือ1983 (สะท้อนเรื่องรัฐชาติจากระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สู่ระดับโลกในมิติทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ต่างๆ รวมทั้งท้าทายแนวคิดข้ามรัฐชาติสู่สากลนิยม )ได้กล่าวถึงกรณีสงครามรัฐจีน กัมพูชาและเวียดนาม ในตอนเปิดบทนำของหนังสือด้วย
โดยข้อมูลเพิ่มเติมช่วงที่คนในพคท.ทะเลาะกัน จะเข้าข้างเขมรแดงโหดร้ายป่าเถื่อนตามจีนเชียร์เขมรแดง 2522(1979) ซึ่งจีน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ(2515)จับมือกับอเมริกายุคการทูตกีฬาปิงปองคานอำนาจโซเวียต ต่อมาไทยกับจีน(2518)โดยจีนกับโซเวียตทะเลาะกัน โดยพคท.กับเขมรแดงสายจีน ลาวกับเวียดนามสายโซเวียต ต่อมาเวียดนาม-ลาว บุกเขมร แล้วพคท.(พรรคคอมมิวนิสต์ไทย)มาคุยกับรัฐไทย ร่วมมือชั่วคราวต้านเวียดนาม เพราะเชื่อว่าเวียดนามอาจจะยึดเขมรแดง และปฏิวัติมาถึงไทยได้(บริบทซับซ้อนกรณีมหาอำนาจอเมริกา ช่วยเขมรแดงด้วย)ซับซ้อนซ่อนเร้นกัน ครับ
อย่างไรก็ตาม หนังศัตรูประชาชนสะท้อนชาตินิยมผ่านอดีตผู้นำ ทหารเป็นข้อเสียของชาตินิยมหนึ่งข้ออ้างไปสู่ความรุนแรง
ข้อมูลเพิ่มเติม:http://mornor.com/2009/forum/viewthread.php?tid=104831
http://www.youtube.com/watch?v=5tRP_nEM6Es
ผมคิดไปคิดมาแล้วปวดหัว ฟังเพลงมิวสิควิดิโอวัยรุ่นหน่อยๆ 5555 ฉากสงครามเวียดนาม คือ เพลงเธอ
http://www.youtube.com/watch?v=nY9sHiZ4bTU
ผมเห็นการวิเคราะห์เรื่องกรณีเขมรแดง เปรียบเทียบกับไทย เคยมีคนวิเคราะห์ไว้ผมเห็นด้วย ว่าอเมริกา มีอิทธิพล ทำให้ช่วยหาทางลงโทษอดีตผู้นำเขมรแดงอย่างนวนเจีย"พี่ชายหมายเลขสอง"88ปีฯลฯ ได้แม้ว่าล่าช้า อเมริกา มีส่วนช่วยด้านหนึ่ง ก่อให้เกิดดำเนินคดี ก็เกือบทำให้ผู้นำถึงแก่กรรมหมดก่อนหน้านี้ เช่น พลพต อีกทั้งปัจจัยการล่าฆ่าสังหารโหดเป็นล้านคน มากกว่าเหตุการณ์ทางการเมืองของไทย(รายละเอียดข้อมูลเยอะ) และไทยยังไม่ได้ลงนามศาลอาญาระหว่างประเทศ ท้ายที่สุด เหตุการณ์ตัวอย่าง 14 ตุลา-6 ตุลา ซึ่งในที่สุด"จอมพลคนสุดท้าย" ถนอมถึงแก่อสัญกรรม พ.ศ. 2547 รวมอายุได้ 92 ปี อายุยืนมากๆ ด้วย
นี่แหละไทยแลนด์ จะเห็นว่ากระบวนการยุติธรรมล่าช้า ไม่มีลงโทษความผิดใด สรุปแล้วสางเขียวไทยๆ โดยส่วนตัวผมบางครั้งเข้าวัดไหว้พระพุทธรูปแสวงหาความยุติธรรม ตามแนวกฏแห่งกรรม กับธรรมะไปก่อนแล้ว เป็นความหวัง ครับ
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=932965196732709&id=100000577118415
ประเทศไทยอยากให้มาตรฐานยุติธรรม และไทยเคยยุ่งกับเขมรตอนยุคนั้นเข้าข้างสองข้าง จนบัดนี้ยังทำตัวเป็นสองมาตรฐาน นี่เข้าประชาคมอาเซียนยังน่าไม่อายได้อีก ความยุติธรรมหายไป ที่มาของเรื่องย่อหนังสั้นใบไม้ ณ ลำปาง ซึ่งผมนึกถึงบทกวีเรื่อง“ใบไม้ที่¬หายไป”…เธออ่านนิยายใฝ่ฝัน สงสัยค่ายุติธรรม์หายไปไหน การต่อสู้เพื่อสิ่งนี้จะมีใคร เธอก้าวไปค้นความจริง (อิงนิยาย)”…
9.
รายการทีวีวันศุกร์ก็ประยุทธ์ พูดถึงวันเด็ก เหอะๆ เด็กเอ๋ยเด็กดี แล้วทำตัวอย่างไม่ดีรัฐประหารประเทศฉิบหาย ให้เด็กเห็นทำไม ต่อมาข่าวกกต.ขัดแย้งเรื่องการจัดเลือกตั้ง ทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำ และคำถามประการหนึ่งเรื่องละอายต่อบาป กับพลังสัญลักษณ์ผ่านหลวงพ่อพุทธอิสระ พร้อมม็อบให้สิทธิธรรมให้ทหาร กับภาพสะท้อนสัญลักษณ์เหรียญกูชนะเป็นธงชาติไทยไตรรงค์สามสีไม่ใช่ธงช้างเผือก
นี่แหละชาตินิยม อันเป็นคำถามเรื่องมีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา หนึ่งในค่านิยมสิบสองประการ . ทำไมมีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ กลับตาลปัตรของสังคมชนชั้นกลางถึงอำนาจฝ่ายสูงของไทย เหอะๆ ครับ^^
*ป๋าเปรม ยก ‘นายกฯลุงตู่’ ยึดอำนาจเพื่อชาติ
**เปิดบูชารูปเหมือน “หลวงปู่พุทธะอิสระ” รุ่นกูคือผู้ชนะ ปลุกเสกตลอดพรรษา มีจำนวนจำกัด
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1409900077
กรณีที่เปลี่ยนภาพเฟซบุ๊ค “พระรูปเหมือนหลวงปู่พุทธะอิสระรุ่น “กูคือผู้ชนะ” แบบลอยองค์และเหรียญ” เป็นภาพวาบหวิว
http://www.naewna.com/politic/137456
16.วันศุกร์
วันศุกร์รายการทีวีนายกฯแสดงวิสัยทัศน์..ไทย เราต้องเป็นศูนย์กลางการเงิน กระจายสินค้า การศึกษาของเด็กไทยกับต่างชาติ สร้างเสริมการค้า การลงทุน ยกระดับเกษตรกรของไทย และศูนย์กลางของอาเซียน แต่ศูนย์กลางอาเซียนทางเศรษฐกิจ อยู่ที่สิงค์โปร์ เป็นประชาธิปไตย
ฉะนั้น การเมืองภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในโลกาภิวัตน์ หลงลืมชายแดนใต้ มรสุมอำนาจปืนภายใต้ทหารนิยมเข้มข้นเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลักการเศรษฐกิจเสรีนิยม ภายใต้โลกทุนนิยม ทำให้การสร้างเกิดเศรษฐกิจเสรีกระจายรายได้ทั่วทุกคน เป็นความมั่นคงต่อเศรษฐกิจ โดยรวมของประเทศ แล้วความไร้เสรีภาพภายใต้กฎอัยการศึก ไม่ได้ก่อให้เกิดสันติภาพแท้ เมื่อสันติภาพเกิดจากเสรีภาพ อิสรภาพ ไม่ใช่กดขี่(subaltern)หรือใช้อำนาจบังคับ น่ะ ครับ
พี่khunya บอกแถวบ้านพี่เรียกพล่าม ทำให้ผมนึกถึงพล.อ.เปรม ได้ให้โอวาท ว่า บ้านเมืองของเรามีปัญหาใหญ่ 2 อย่าง 1. คือความยากจน 2. คือที่เรากำลังจะปราบปราม คือการฉ้อราษฎร์บังหลวง ความยากจนเป็นภาระของรัฐบาลที่ต้องดูแลราษฎรของเราให้ยากจนน้อยลง เรื่องยากจนนี่สำคัญ แต่ไม่เร่งด่วนเท่าเรื่องที่ศึกษาคือ การฉ้อราษฎร์บังหลวง
http://www.komchadluek.net/detail/20141219/197969.html
17
ศิลปะการ์ตูนล้อเลียน ทำให้เกิดความตายและเสรีภาพ ปะทะความตายเพื่อศาสนา นี่เป็นสัญญาณของการตีความวัตถุศิลปะถูกต้องตัดสินโดยคนดูงานผิดได้ ในโลกเสรีทุนนิยมการพิมพ์อย่างหลากประเด็นไปถึงเรื่องเสรีภาพการพูด จุดสำคัญของผมออกนอกกรอบเรื่องอาณานิคม ที่ยุโรปเคยทำไว้กับอิสลาม วาทกรรมก่อการร้ายและการเหยียดหยามเชื้อชาติ กรณีที่มีการเขียนถึงมาแล้ว
ข้อสังเกตยามเศรษฐกิจตกต่ำฝรั่งเศส เคยเกิดกระแสracismคนอื่นไม่ใช่พวกเราเชื้อชาติเดียวกันแย่งงานด้วยซ้ำ ทำหายไปจากคำขวัญ เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ หรือความตาย เพื่อสังคมอันดีงามอย่างแท้จริง แล้วศิลปะจะเกิดผลสันติภาพ ครับ
ปล.ผมเขียนถึงเรื่องอ่อนไหวหลายรอบแก้ไขร่างแรกหายไปที่เขียนไว้ ต้องกลับมาเขียนใหม่เน้นเรื่องศิลปะ ครับ
*ดูข้อมูลมุมมองตรงข้ามกับฝรั่งผิวขาว อ้างเอ็ดเวริด์ ซาอิด :Orientalism
ขอบคุณ อ.ไชยันต์ รัชชกูล ส่งข้อมูลดังกล่าวแนะนำผม ครับ
ปล.ผมเขียนถึงเรื่องอ่อนไหวหลายรอบแก้ไขร่างแรกหายไปที่เขียนไว้ ต้องกลับมาเขียนใหม่เน้นเรื่องศิลปะ ครับ
อ.สมศักดิ์ ใช่ ผมเห็นด้วยในแง่ที่บทความ Charlie hebdo this attack was nothing to do with free speech it was about war ซึ่งไกลในแง่นั้น คนเขียนเหมือนคนคิดมองการณ์ไกลระยะยาวกว้างๆ และย้อนอดีตไม่ว่าแนวคิดOrientalism ออกจากการครอบงำยุโรปเป็นศูนย์กลางของอดีตเจ้าอาณานิคม และวาทกรรมความรู้ ที่เหยียดเชื้อชาติ ศาสนาอิสลาม
ปัจจัยมากกว่าเรื่องยิงกันของเรื่องนี้ คือ หยุดสงคราม สร้างสันติภาพ ในแง่มุมส่วนตัวของผมคิดถึงเพิ่มเติมจากหลายปัจจัย ทั้งที่การแสดงความคิดเห็นมีเปรียบเทียบเรื่องคนยิงนักเขียนการ์ตูนกับอ.สมศักดิ์ ด้วย
ซึ่งปัญหาตรรกะเหมือนจะได้ถูกต้อง ผมเห็นด้วยคนยิงผิดหาข้ออ้างมาใช้ความรุนแรงโดยไม่ยุติธรรมต่อกัน แต่ประเด็นของการ์ตูนล้อฯไม่เหมือนทุกเรื่องทั้งสงคราม และเศรษฐกิจ ที่มีเรื่องความสัมพันธ์ข้อสังเกตยามเศรษฐกิจตกต่ำฝรั่งเศส เคยเกิดกระแสracismคนอื่นไม่ใช่พวกเราเชื้อชาติเดียวกันแย่งงานด้วยซ้ำ ที่จริงๆแล้วผมได้ไอเดียจากบทความเก่าของอ.สมศักดิ์ แหละครับ
ความไม่เข้าใจต่อเรื่องศาสดา การต่อสู้โดยการยิงกัน เป็นเรื่องผิดหรือถูกผมนอกกรอบ ต่อความรุนแรงในการเขียนการ์ตูนล้อเลียน ง่ายๆ บางคนล้อชื่อพ่อก็โกรธยิงกันได้ จุดประเด็นของบทความพลิกกลับความตายเป็นเสรีภาพการพูดขบวนการเคลื่อนไหว ทำให้ผมมาคิดต่อยอดโดยส่วนตัวไม่คิดมากจะเขียนดี ท่ามกลางกระแสขบวนของไทย ที่มองเรื่องนี้แตกต่างกัน จึงเลือกเสนอด้านศิลปะการตูน์ล้อเลียนอยากเขียนขำขำหน่อยๆด้วยซ้ำ
ตอนร่างแรกๆ กลับมาจริงจังขึ้น เมื่อคิดในแง่วัตถุศิลปะ หรือด้านการแปลความหมายศิลปะมุมมองแบบอัตวิสัย โดยผู้ดู เป็นผู้ชี้ถูกและผิด ปัญหาการตีความไม่ได้อยู่ที่คนดูการ์ตูนถูกตัดสิน โดยทฤษฎีทางศิลปะอื่นๆ เมื่อดูการ์ตูนอย่างง่ายสบายๆสนุกตามเสรีภาพดูได้ ส่วนที่ดูการ์ตูนยากขึ้น ทำให้เกิดความตายและเสรีภาพ ปะทะความตายเพื่อศาสนาโดยข้อเสนอมองการณ์ไกลแก้ไขปัญหาได้ เพื่อนิยามความหมายของเสรีภาพกว้างขึ้นทั่วทุกคน
^^ขอบคุณที่มาแนะนำความคิดเห็นด้วยความคิดถึงรักษาสุขภาพ น่ะครับ
โลกชักอยู่ยากขึ้น ทำให้ผมต้องมองโลกสวยไว้ด้วย ครับ^^
http://en.wikipedia.org/wiki/Je_suis_Charlie
23
ผมจะโพสต์เน็ตดันช้า สงสัยสิ่งผิดปกติ(ฮร่า) จากรายการทีวีวันศุกร์ผู้นำพูดถึงผู้นำอาเซียนทุกคนมีความสุข แต่ประชุมเรื่องไอทีภูมิภาคเอเซียน นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (digital economy) ไม่เสรีใหม่ ทำพ.ร.บ. ความมั่นคงไซเบอร์ มีปัญหาละเมิดสิทธิ์ ขัดแย้งในตัวเอง และฝ่ายปกครอง“การกลับคืนสู่ภาวะปกติ”อย่างสงบสุข ของคสช.ต้องการปฏิรูปครอบงำด้วยกำลังอำนาจ ขาดอำนาจนำ(Hegemony) โดยปัจจัยเหตุการณ์ในอดีตต่างจากปัจจุบันกว่าชนชั้นนำทำได้ และกรณีตัวอย่างผมดัดแปลงทฤษฎีของกรัมชี่เรื่องPassive Revolution ใช้คำว่าปฏิวัติคลื่นใต้น้ำ ในยุคป๋าเปรม(อาทิตย์ กำลังเอกปะทะป๋าฯลฯ) กลับกันมาถึงยุคสุจินดา ยึดอำนาจไม่นานทหารเสื่อมอำนาจ
โดยต่อมาเฉพาะหลังจากปี พ.ศ.2535 ที่ประเทศไทยต้องประสบกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองใหญ่ๆ แม้ด้านหนึ่งป๋าเปรม ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเพื่อรักษาสมดุลย์ทางการเมือง และนำประเทศไทยกลับสู่สภาวะปกติได้ แต่แล้วต่อมาหลังปี2549 กรณีสุรยุทธ์ สะท้อนประชาธิปไตยกับกลุ่มทุนเป็นคลื่นใต้น้ำ ต่อคสช.
แม้ข้อสังเกตผ่านบทเรียนอดีตปี2553และ56-57 สอนผมให้ปัจจุบัน มองการครองอำนาจนำ (Hegemony)อย่างเข้าใจทหารอำนาจปืน บังคับโรดแมป โดยอยากย้อนไปยุคป๋าเปรมไม่เสรีทุนต้องอิงอำนาจทหาร หรือยุคที่ป๋าเปรมสร้างสมดุลย์ได้ ต่อจุดยืนของผม ไม่ใช่กดขี่(subaltern)ใช้อำนาจบังคับครองอำนาจรัฐเพื่อประชาชนแบบเดิมได้
ซึ่งผมเสนอบริบทภาพแสดงแทนกล่าวอย่างสั้นๆ ผ่านการ์ตูนตลกคลายเครียดหลังถอดถอนยิ่งลักษณ์ ครับ
ราตรีสวัสดิ์ ^^
*ภาพการ์ตูนประยุทธ์-ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ ฯลฯ ครับ
30.วันศุกร์
รายการทีวีวันศุกร์พบนายก พูดถึงวันทหารผ่านศึก ที่เสียสละ ถ้าเครียดจัดใกล้บ้าอย่างที่เป็นข่าวพูดว่าผมเป็นขี้ข้าหรือไงวะประยุทธ์เสียสละเพื่อชาติ ลาออกสบายพักผ่อนได้
ดังนั้น ภาพรวมของทหารว่าด้วยจะต้องไม่ย้อนยุคป๋าเปรม การเมืองทีวีข้ามชาติ ห้ามติดจานทีวีรับสัญญาณทีวีต่างประเทศจากดาวเทียม เพราะเหตุผลความมั่นคง แต่เราเห็นความพยายามอีกด้านของตัวชี้วัดปิดกั้นสื่อ คือ พรบ.ความมั่นคงไซเบอร์
โดยฝ่ายบิ๊กตู่ อยากยึดหลายพื้นที่ เช่น พื้นที่สาธารณะ ที่มีข่าวคปก.ร้องชะลอ ร่าง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ หวั่นไม่ชอบด้วยกม.-กระทบสิทธิเกินจำเป็น หรืออยากยึดพื้นที่สื่อ แต่กลายเป็นเสียเรื่องต่อสื่อด้วย
เมื่อผมเคยเขียนบทความเรื่อง26 มีนาคม2520 และต่อมาลองทบทวนเหตุการณ์1 เมษา2524-9กันยา 2528 หลังจากสิ้นสุดสงครามพคท. รวมทั้งกรณีอาทิตย์ กำลังเอกปะทะป๋าเปรม ซึ่ง25 มกราคม เคยเป็นวันกองทัพไทยในสมัยพลเอกเปรม ซึ่งผมเคยเขียนเกร็ดเรื่อง “วันกองทัพไทย” และ .. สู่อนาคต “ทหารไทยนี้รักสงบ” และโดยผมเขียนปี2554ยังหวังดังเดิม ให้ทหารไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
ปิดท้าย การวิเคราะห์สถานการณ์ผ่านWar of positionของกรัมชี่ คือ การยึดคืนพื้นที่ของฝ่ายทหารได้ ทำอย่างก้าวหน้าทีละขั้น จนกระทั่งผมคิดอยากโพสต์เรื่องตลกๆ กรณีพื้นที่ภาคใต้ มีปัญหาตั้งแต่สมัยทักษิณ ท้าท้ายชนชั้นนำ และประชาธิปัตย์ ดังที่นักวิชาการฝรั่งเคยเขียนไว้ ซึ่งผมเคยเขียนเรื่องสภาวะDual power(อำนาจคู่)ฝ่ายรัฐกับกองทัพ ฯลฯ ต่อมาข่าวปัจจุบันที่ Daniel Russel มาจากอเมริกาห่วงใยไทย เกิดคลื่นใต้น้ำ นึกถึงการ์ตูนอดีตทูตคริสตี้ ครับ^^
*หนึ่งในชิ้นงานอยู่อัลบั้มงานศิลปะรูปแผนที่สมัยเรียนปริญญาตรีของผม ครับ^^
**การ์ตูนล้อภาคใต้ และอดีตทูตคริสตี้ อเมริกา นี่เป็นหนึ่งในภาพสะท้อนที่อเมริกา ครับ
***เกร็ดเรื่อง “วันกองทัพไทย” และ .. สู่อนาคต “ทหารไทยนี้รักสงบ”
http://www.prachatai.com/journal/2011/01/32710
วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558
บันทึกความรักข้ามพรมแดนชาติพันธุ์-ร.ศ.130
บันทึกความรักข้ามพรมแดนชาติพันธุ์
11 พฤศจิกา
ความรักข้ามพรมแดนชาติพันธุ์
หลังยุคพระเจ้าตาก ที่กู้เอกราชจากพม่าช่วยล้านนา
ต่อมาสมัยหลังยุคธนบุรีถึงต้นรัตนโกสินทร์ เจ้าฟ้าน้อยระภาผ่อ พ่อเมืองทลาง
ได้จัดพิธีร่วมน้ำสาบานเป็นมิตรไมตรีต่อกัน ตามธรรมเนียมของเขาระหว่างเมืองกะเหรี่ยงและเมืองเชียงใหม่ขึ้น
โดยได้ปลูกประรำพิธีขึ้นหลังหนึ่งที่ท่าน้ำเมืองทลางเรียกว่า ท่าสะยา
พิธีได้เริ่มขึ้นโดยเจ้าฟ้าน้อยระภาผ่อได้สั่งให้ล้มกระบือตัวใหญ่ที่สุด
อ้วนพีสมบูรณ์ที่สุด ที่มีในเมือง 1 ตัวเพื่อเข้าพิธี
ได้ชำแหละตัดเขากระบือผ่าออกเป็น 2 ซีกด้วยกัน
แล้วยื่นซีกหนึ่งให้เจ้าอุปราชธรรมลังกาถือเอาไว้ซีกหนึ่ง
เพื่อแทนชาวเชียงใหม่ทั้งมวล เจ้าฟ้าระภาผ่อได้ขอให้เจ้าอุปราชธรรมลังกา
และที่ประชุมได้กล่าวสัจจะปฏิญาณต่อกันไว้ว่า
“ตราบใดแม่น้ำคงไม่หาย เขาควายไม่ซื่อ
ถ้ำช้างเผือกไม่ยุบ เมืองยางแดงกับเมืองเชียงใหม่ ยังเป็นไมตรีกันตราบนั้น…”
ทั้งสองฝ่ายได้กล่าวเป็นภาษาของตนและต่างเก็บเขากระบือรักษาไว้
ถือเป็นวาจาสัตย์ที่มีต่อกันสืบต่อไปในภายภาคหน้า ต่อมาเจ้ารัตนเมืองแก้วคำผั้น
อนุชาของเจ้าอุปราชธรรมลังกา
ซึ่งได้เดินทางไปในครั้งนี้ได้เกิดมีใจสมัครผูกพันธ์รักใคร่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับเจ้านางตาเวยบุตรีของเจ้าฟ้าน้อยระภาผ่อและต่างตกลงปลงใจเป็นคู่ชีวิตต่อกัน
หลังจากเสร็จพิธีการแล้วได้เดินทางกลับเมืองเชียงใหม่
http://www.pgazkoenyau.com/content/view/14/6/
12
เรื่องเล่าความรักข้ามพรมแดนชาติพันธุ์
และการดื่มน้ำสาบาน
โดยเขาควายสะท้อนการกำหนดเส้นพรมแดนตะวันออกแม่น้ำสาละวิน(แม่น้ำคงชื่อเรียกแม่น้ำสาละวินในภาษาไทยใหญ่/กะเหรี่ยง)
ระหว่างยุคที่เชียงใหม่ กำลังผจญภัยอังกฤษยึดพม่า เกรงว่ามาล้านนา และสยาม ได้
ปรากฏบางส่วนของกะเหรี่ยงในพงศาวดารโยนก ก่อนเกิดแผนที่สยาม
เมื่อเจ้าคำฝั้นเษกสมรสกับ
แม่เจ้าตาเวยราชเทวี ราชธิดาในเจ้าฟ้าเมืองยางแดง
อันเป็นดินแดนกะเหรี่ยงที่รุ่งเรืองและร่ำรวยมากไปด้วยไม้ขอนสักอันล้ำค่า
ได้รับมรดกส่วนพระองค์ ในฐานะราชธิดาเจ้าฟ้าเมืองยางแดง เป็นที่ดินป่าไม้ขุนยวม
อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน
เจ้าคำฝั่น
ความขัดแย้งตอนขึ้นครองเมืองเชียงใหม่
ได้เกิดการทะเลาะวิวาทกับเจ้าราชวงศ์สุวัณคำมูน
ทำให้บรรดาขุนนางได้ไปเชิญเจ้าดวงทิพย์ และเจ้าบุญมา
มาประนีประนอมการวิวาทครั้งนี้ โดยแนะนำให้พระยาคำฝั้น เสด็จออกผนวชวัดเชียงมั่น
แล้วไปจำพรรษาที่วัดสวนดอก จากนั้นได้มีการปล่อยรถม้าเสี่ยงทายหาเจ้าหลวงองค์ใหม่
แต่รถม้าดังกล่าวกลับมาหยุดอยู่ที่บริเวณหน้าวัดสวนดอก
ซึ่งเป็นที่ประทับของพระยาคำฝั้น เหล่าบรรดาเจ้านาย และขุนนาง
จึงได้อัญเชิญพระยาคำฝั้น ให้ลาสิขาบทกลับมาเป็นเจ้าหลวงเชียงใหม่อีกครั้งด้วย
ต่อมายุคพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เป็นเจ้าราชนัดดา
(หลานปู่) ในพระยาคำฟั่นกับแม่เจ้าเนตรนารีไวยตาเวย
รวมทั้งเป็นพระราชบิดาในเจ้าดารารัศมี
พระราชชายาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ สมัยร.5
เปลี่ยนผ่านเส้นพรมแดนเดิมแบบเขาควาย
หรือแผนที่จาริกบุญของล้านนาเดิม-แผนที่ไตรภูมิ เป็นแผนที่สยามตามเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ใหม่
ครับ
*ผลงานศึกษาสะท้อนเรื่องเส้นพรมแดนและพรมแดนชาติพันธุ์อย่างชารล์ส
คาย์ส
http://www.baanjomyut.com/library/karen/history3.html
**ข้อมูลเพิ่มเติมภาพประกอบ:กะเหรี่ยงในจิตรกรรมไทย
ที่วัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน นี่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาเพิ่มเติมของประวัติศาสตร์บอกเล่า
ตำนาน และท้องถิ่นของชุมชน ภาพสะท้อนก่อนเสียฝั่งขวาของแม่น้ำโขง(ของ) ณ น่าน
รวมทั้งเชียงของ เชียงรายเคยขึ้นอยู่กับน่าน เส้นทางแม่น้ำโขง
เป็นต้นสาขาแม่น้ำสาย ในปัจจุบันแม่น้ำสาละวิน เขตประเทศไทย นับตั้งแต่ทางเหนือของชายแดนไทย
แม่น้ำสาย และน้ำกก ไหลจากเทือกเขาสูงในรัฐฉานลงสู่จังหวัดเชียงราย
และเติมน้ำให้แก่แม่น้ำโขง เรื่อยมาทางจังหวัดแม่ฮ่องสอน
แม่น้ำแทบทั้งหมดในจังหวัดนี้ล้วนเป็นลูกน้อยของแม่น้ำสาละวิน ไม่ว่าจะเป็นน้ำปาย
น้ำเงา…
http://www.watkadarin.com/index.php/2011-08-02-02-17-14/2013-10-05-02-13-54
http://www.sarakadee.com/m-boran/2003/10-12/watphumin.htm
http://salweennews.org/home/?p=3499
14
ปัญหาการปฏิรูปประเทศยาวนาน
ย้อนดูอดีตความเจริญของสยาม
เคยร่วมงานเอ็กซ์โปมหกรรมสินค้าและเทคโนโลยีโดยเอเชียมีแค่สยามกับญี่ปุ่น
โดยเข้าใจง่ายว่าไทยกับญี่ปุ่นสมัยนั้นเจริญเท่ากันในสมัยร.4 ต่อมา
สยามภายใต้ปัจจัยภายนอกอิทธิพลโลกาภิวัตน์ด้านการค้ากับอังกฤษ และร.5กับรัสเซีย
ต่างๆ ที่มีผู้เคยศึกษากันแล้ว ต่อมาเกิดปัญหาการปฏิรูปประเทศไทยเหมือนญี่ปุ่น
ร.ศ.103(130 ปีในปีนี้) กลุ่มเรียกร้องปฏิรูปเปลี่ยนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
และข้อเสนอหลายอย่างกรณีไทยจะมีฐานะเป็นรัฐกันชนระหว่างพม่า
กับอินโดจีนเหมือนสวิตเซอร์แลนด์ก็ตาม ต้องปรับปรุงการปกครองภายในให้ดีด้วย
กระนั้น ปัจจัยภายในร.5
รัฐบาลกลางได้ดำเนินนโยบายรวมหัวเมืองประเทศราชล้านนาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสยามหรือไทย
นับตั้งแต่ส่งข้าหลวงขึ้นมาประจำการที่เชียงใหม่เป็นครั้งแรก
และปฏิรูปการปกครองมณฑลพายัพ(เมืองนครเชียงใหม่ – ครอบคลุมพื้นที่เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอนและเชียงราย)ภาคใต้
มณฑลปัตตานี(2449/ปัญหาภาคใต้2547:10ปี) เป็นต้น อีกด้วย
ดังนั้น ประเด็นความรักน่าสนใจกรณีเจ้าดารารัศมีกับร.5
ในการรวมล้านนากับสยาม ต่างจากทางน่านด้านนี้ ซึ่งภาพสะท้อนจิตรกรรม
ในการที่เลือกเขียนเรื่องคันทนกุมาร เป็นเรื่องลูกกำพร้า
ดังจะเห็นว่าในพงศาวดารเมืองน่านจากไข่ปลาสองฟอง
จนกลายเป็นขุนนุ่นและขุนฟองแยกกันมาปกครองเมืองน่านและเวียงจันท์
ต่อมาภายใต้การปกครองของเชียงใหม่หรือพม่า เมืองน่านไม่ได้ถูกสนใจมากนัก
หลังจากตกเป็นประเทศราชของสยามแล้ว ในที่สุดเสียฝั่งขวาแม่น้ำโขง(ลาว
ส่วนหนี่งของน่าน) ครับ
*ตัวอย่างเรื่องเล่าปัญหาการปฏิรูปประเทศสำหรับท่านประยุทธ์
ครับท่าน”นายกฯชมญี่ปุ่นมีส่วนผลักดันศก.อาเซียน”
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กรุงเนปิดอว์ ประเทศเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2557
**ผมทบทวนความทรงจำบริบทปวศ.
ที่ผมเคยเขียนบทความเรื่องจิตรกรรมวัดภูมินทร์กับแม่น้ำของในการอ่านภาษาภาพจิตรกรรม
กับอักษรธรรมล้านนา:ชื่อของพื้นทีศักดิ์สิทธิ์แม่น้ำโขง ซึ่งอยากต่อยอดเพิ่มเติม
จึงโน้ตไว้จากยุคเจ้าคำฝั้นเษกสมรสกับ
แม่เจ้าตาเวยราชเทวี(กะเหรี่ยง)สืบต่อมาพระเจ้าอินทวิชยานนท์-เจ้าดารารัศมี
เปรียบเทียบกับน่าน ครับ
***ภาพประกอบผลงานรูปวาดสมัยผมเรียนวาดรูปเลียนแบบวัดภูมินทร์เรื่องคันทกุมารชาดก
ครับ
ขอบคุณที่พี่Khunya ชมภาพ ครับ
ที่มาของภาพพระมารดาชี้ให้เจ้าชายคัทธกุมารดูรอยเท้าของพญาช้างสารที่เป็นพระบิดาของพระองค์
เพราะพระอินทร์ลงมาแปลงเป็นช้างสารเข้ามาเหยียบเรือกสวนไร่ฝ้ายของพระนาง
พระนางน้อยก็ออกมาไล่ ไล่ไปไล่มาก็เหนื่อยเห็นมีน้ำขังในรอยเท้าพญาช้างนั้นดื่มกินแก้กระหาย
ต่อมาพระนางจึงตั้งครรภ์ให้กำเนิดแก่เจ้าชายคัทธกุมาร
เมื่อผมมีโอกาสอยากวาดภาพปู่ม่าน ย่าม่าน หรือภาพกระซิบรักของวัดภูมินทร์
ผลกระทบการปฏิรูปประเทศรวมศูนย์เป็นสยาม
ซึ่งพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เป็นเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ องค์ที่ 7
ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นพระเจ้าประเทศราชองค์สุดท้าย
ในแง่ที่อิทธิพลอังกฤษทางพม่าเข้าล้านนาในสมัยร.4-ร.5
และพระเจ้าอินทวิชยานนท์(ที่มาชื่อดอยอินทนนท์) เป็นบุตรเขยของพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงษ์(
“เจ้าชีวิตอ้าว”) ด้วย
โดย ผมเล่าย่อ ด้านพรมแดนสยามรวมล้านนา
สมัยร.5 จากแผนที่ไตรภูมิ
เป็นการเปลี่ยนผ่านโลกทัศน์แบบไตรภูมิอยู่ในวัฒนธรรมชาวบ้าน
ไปสู่ภูมิศาสตร์สมัยใหม่ยุคทำแผนที่ ในสมัยร.4-ร.5 ซึ่งแมคาร์ธี ทำแผนที่ร่วมกับการทหารยุคปราบฮ่อ
เป็นยุทธศาสตร์
และกล่าวโดยย่อผลกระทบของเหตุการณ์สู้รบร.ศ.112เรื่องแย่งชิงดินแดนของเกี่ยวกับแม่นำโขง-สยามกับฝรั่งเศสในสมัยร.5
(บริบทเกิดกฎอัยการศึกได้รับต้นแบบฝรั่งเศส)
ต่อมาเกิดการเรียกร้องให้ปฏิรูปเปลี่ยนแปลงเหมือนญี่ปุ่น
อย่างไรก็ดี การสร้างทางรถไฟในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นในสมัยรัชกาลที่
5 ในขณะที่ญี่ปุ่นก็เริ่มสร้างในสมัยเมจิ อยู่ในยุคสมัยเดียวกัน
และการเปลี่ยนผ่านการค้าขายทางเรือของภาคเหนือสู่เส้นทางการขนส่งสินค้าทางรถไฟได้เริ่มต้น
เมื่อเส้นทางการค้าทางรถไฟมาเส้นทางการค้าโดยเรือ
เปลี่ยนจากเดิมตั้งถิ่นฐานของคนจีน ย้ายจากท่าน้ำย่านวัดเกต ไปที่ใกล้ทางรถไฟ ณ
ศาลเจ้าจีนย่านสันป่าข่อย
(ผมไม่มีเวลาเขียนยาวอธิบายเรื่องเส้นทางการค้ารถไฟกับตลาด-วัด
และค่ายทหารหรือค่ายกาวิละจากบทความเก่าสู่แนวเขียนเพิ่มเติมบทความใหม่)ครับ
ดังนั้น ปัญหาการปฏิรูปประเทศรวมศูนย์ด้านหนึ่ง
ส่งผลกระทบเกิดกบฏพญาผาบต้านกลุ่มเจ้าภาษี พ่อค้าจีน โดยกบฏเงี้ยว (ไทใหญ่ฯลฯ)
เมืองแพร่ หรือกรณีครูบาศรีวิชัย ฯลฯ
รวมทั้งปัญหาปฏิรูปประเทศให้เจริญทั้งเศรษฐกิจการเมืองกลุ่มชนชั้นกลางเป็นลูกจีนในทหาร(ร.ศ.130)
ตั้งใจให้ประเทศดีเจริญเหมือนญี่ปุ่น ที่มีอิทธิพลจากจีนแบบซุนยัดเซ็น เช่น
หนังสือพิมพ์จีนโนสยามวารศัพท์ และปัจจัยนอกระบบราชการไม่เป็นทางการ
กลายเป็นคลื่นใต้น้ำการเมือง ด้วย
*ภาพประกอบรูปซุนยัดเซ็น
สัญลักษณ์การปฏิวัติซินไฮ่ ที่มีดร.ซุน ยัดเซ็น เป็นผู้นำ ในหนัง“1911” (ชื่อไทย “ใหญ่ผ่าใหญ่”เฉินหลงรับบท หวงซิง สมาชิกฝ่ายบู๊) ณ
ร้านเชียงใหม่กาแฟ แบบบ้านเก่าเคยคุยกับเจ้าของร้านเก็บของสะสมมรดกไว้
ย่านชุมชนวัดเกต ริมน้ำปิง ที่มีชุมชนคนจีน และพิพิธภัณฑ์เก็บของเก่า ฯลฯ
ซึ่งผมเห็นรูปซุนฯมีขายตามเว็บของเก่า
** คนจีน สัมพันธ์ยุคพระเจ้าอินทวิชยานนท์
เป็นบทความประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ชาวจีนกับผู้ปกครองความเชื่อพิธีกรรมในศาลเจ้าจีนจังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งพัฒนาจากงานตัวจบตอนป.ตรี ทีนี้ลิ๊งค์บทความศาลเจ้าจีนฯดังกล่าวหายไปแล้ว
หลังผ่านไปสิบสองปีและผมเคยคุยกับรุ่นน้องป.เอกปวศ.เขายุบอกให้เขียนปรับปรุงใหม่
ซึ่งผมเขียนสั้นๆ เพิ่มเติมซุนยัดเซ็นแค่นี้ก่อน ปวศ.ที่เพิ่งเขียนตามเวลาจำกัด
ครับ^^
ข้อมูลเพิ่มเติมภาคต่อจากปัญหาปฏิรูปประเทศยาวนาน
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=948375335191695&set=a.103468286349075.7792.100000577118415&type=1
28
ผลกระทบหลังการปฏิรูปประเทศ ต่อคนจีน
โดยการเปลี่ยนแปลงของชาวจีน ในล้านนา จากกลุ่มสมาคมลับ
ที่มีปรากฏในศาลเจ้าจีนหรือศาลเจ้าบู้เบี้ย(กวนอู)
ต่อมาอิทธิพลของความเป็นคนเมืองผสมกลมกลืนกับคนจีน
โดยผมเห็นจุดเด่นกรณีภาพวาดหลวงอนุสารสุนทรและนางคำเที่ยง ในวิหารวัดอุปคุต
เมื่อผมเน้นเล่าจุดสำคัญของผ่านภาพวาดดังกล่าว
เป็นตัวอย่างตระกูลนิมมานเหมินทร์ ที่มีธุรกิจค้าผ้าฝ้าย
รวมทั้งด้านวัฒนธรรม(ไกรศรี-ธารินทร์ นิมมานเหมินทร์ รมต.นักการเมือง)
ด้านตระกูลแซ่คู(เชื้อจีน)เดิมเป็นตระกูลชินวัตร เคยขายผ้าไหม(ชินวัตร)
จากยุควัวต่างม้าต่าง…ทางเรือมาทางรถไฟ
รวมทั้งแง่การทำขาย(ต่อมาทำโรงหนัง-การเมืองมาถึงยุคทักษิณ ชินวัตร ฯลฯ)
ในสมัยร.5-ร.6
(ต้นตระกูลอพยพเสื่อผืนหมอนใบตามสำนวนคนไทยเชื้อสายจีนในปัจจุบันอย่างเจ้าสัวซีพี)
ต่อมาความสัมพันธ์สมัยร.5
ย้อนมองปัญหาปฏิรูปประเทศ -เรียกร้องรัฐธรรมนูญของกลุ่มต่างๆ และจัดระเบียบมณฑลพายัพ
ฯลฯ ซึ่งคลื่นใต้น้ำอย่างผู้มาก่อนกาลอย่างรศ.130 ถึง
สมัยร.6(จีนเป็นยิวแห่งบูรพาทิศ) สู่ทฤษฎี
ที่สืบต่อชะตาเป็นการสืบทอดโดยอ้อมของพลังระบบราชการเป็นหลัก
มากกว่าพลังนอกระบบราชการทหาร(กลุ่มพ่อค้า นักเขียน นักนสพ.ฯลฯ)
ซึ่งอาศัยปัจจัยของมวลชนจำนวนมากเท่ากับแนวทางปฏิวัติซินไฮ่(ซุนยัดเซ็น)
แม้ว่ากระแสของเก็กเหม็ง อนาคิช เข้ามาสยาม ก็ตาม
โดยผมมาเล่าย่อวิธีการกลุ่มบางประการ 1.นัดกลุ่มเมาเหล้าคุยกัน
2.ชวนคนไม่คัดเลือกคนเป็นข้อผิดพลาดเกิดคนทรยศหักหลัง
และผมอยากเล่าต่อเรื่องความฝัน ความหวังหลังจากพ่ายแพ้
ซึ่งกล่าวถึงกบฏว่าเป็นพวกลูกจีน
บางคนฆ่าตัวตายก่อนเข้าคุก และตอนติดคุกบางคนตายในคุก
ต่อมาหลายคนก็คิดฝันออกไปประกอบอาชีพนอกคุก เช่น
ว่าที่นายร้อยตรีทวนกับนายร้อยตรีม.ร.ว.แช่ ฝันจะออกไปเป็นช่างถ่ายรูป
นายร้อยเอกขุนทวยหารพิทักษ์ กับนายร้อยตรีเหรียญ ศรีจันทร์
น้องชายคิดจะออกไปทำยาขาย นายร้อยตรีบุญกับนายร้อยตรีเขียน ไปทำไร่ทำสวน
นายร้อยโทจือจะปลูกนุ่นและเลี้ยงไก่ นายร้อยตรีวาสเตรียมจะแจวเรือจ้าง
ส่วนนายร้อยโทรจรูญ ปรารภว่า คงต้องไปขอทานเขากิน
จึงขะมักเขม้นฝึกร้องเพลงและหัดสีซอ
แต่ว่า พวกเขายังโชคดี ที่อยู่ในคุกได้เขียนหนังสือ
นายร้อยตรีถัด รัตนพันธุ์ แปลนวนิยายภาษาต่างประเทศ เรื่อง “เด็กกำพร้า” ใช้นามปากกาว่า “ไทยใต้” และบางคนออกจากคุกไม่ต้องขอทาน
ยังได้เขียนหนังสือต่อไปสู่ยุค2475 ……
*ข้อมูลส่วนใหญ่ประกอบการเขียนย่อมาจากงานเขียนแถมสุข
นุ่มนนท์“ยังเติร์กรุ่นแรก กบฏร.ศ.๑๓๐”เป็นลูกร้อยตรีถัด ซึ่งเคยมาเชียงใหม่เป็นข้อสังเกตหลังออกจากคุก
ข้อมูลที่ยังไม่เคยเขียน ก่อนการปฏิวัติกลุ่มทหาร เพิ่งผ่านยุคการปราบกบฏเงี้ยว
ในมณฑลพายัพ มาก่อน
โดยไม่มีข้อมูลเรื่องความร่วมมือจากทหารมณฑลพายัพอย่างเชียงใหม่
หรือคนจีนทางภาคเหนือ “ล้านนา” ทำไม อิทธิพลกลุ่มรศ.130 ไม่แพร่กระจายมาล้านนา
ขีดจำกัดเส้นพรมแดนบทบาทกลุ่มรศ.130ออกจากคุกอันน่าสนใจมีคนเขียนแล้ว
**ภาพประกอบ
การค้นหาของผมเขียนต่อยอดเรื่องศาลเจ้าจีนฯ
บังเอิญมีข้อมูลว่าผมเคยเขียนเรื่องซุนยัดเซน แต่ผมจำไม่ได้ว่าเคยเขียน(ฮร่า)
และภาพประกอบหนังสือตำราเสน่หาฯว่าด้วยวิทยาศาสตร์แห่งความรักของหมอเหล็ง(ผู้นำกลุ่มร.ศ.130)
ซึ่งเคยเขียนตำราวัฒนายุ ที่แนะแนวการปฏิบัติให้อายุยืน
ทั้งในด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ โดยกลุ่มรศ.130 ได้เขียนหนังสือหลายคน เช่น อุทัย
เทพหัสดิน เขียนเรื่อง ตำราลับสมอง นามแฝงนายเทพ และต่อมาบางคน ทำงานหนังสือพิมพ์
เช่น ร.ต.บ๋วย บุณยรัตนพันธ์ เป็นนักเขียนเรื่องเริงรมย์ทางสวาทชั้นยอด
ร.ต.บ๋วยทำงานอยู่โรงพิมพ์ศรีกรุง ฯลฯ เป็นต้น ครับ
วันอังคารที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2558
บันทึก“สิบปีที่เขียนเรื่องปัญหาภาคใต้”-แม่น้ำของกับ7ปีหนังพระเจ้าช้างเผือกถึงเขียนงานใหม่ใน“คนจีน”ภาคเหนือ-เก็กเหม็งถึงภายใต้เวลาร้อยปีกฎอัยการศึก
บันทึก“สิบปีที่เขียนเรื่องปัญหาภาคใต้”-แม่น้ำของกับ7ปีหนังพระเจ้าช้างเผือกถึงเขียนงานใหม่ใน“คนจีน”ภาคเหนือ-เก็กเหม็งถึงภายใต้เวลาร้อยปีกฎอัยการศึก
เมื่อผมกลับมาเขียนเรื่องใหม่ผ่านมุมมองแบบบันทึก โดยเริ่มต้นเล่าย่อๆ
วันที่10. ธันวา
หลายวันที่ก่อนโน้นวันอันซุ่มซ่ามของผม ไม่มีโรดแมปอันชัดเจน ขณะขับรถอยู่ในพิจิตรพาแม่เข้าศูนย์ราชการ หรือศาลากลาง โดยไม่แน่ใจว่าประตูปิดอยู่ข้างหนึ่ง มีทหารยืนเฝ้าทางเข้า มีช่องทางเล็กสองทาง และผมขับรถผ่าน ทหารสะพายปืนทำหน้างงๆ ต่อมาผมคิดขึ้นด้วยสงสัยเข้าข้างผิด น่าจะเป็นช่องเล็กด้านซ้าย ไม่ใช่ขวา
โดยผมเล่าให้แม่ฟังตอนขาออก เกิดทหารมันยิงเราละแม่ ซึ่งแม่ตอบมันยิงเราก็ผิด คนจะตายมันก็ตาย ผมเล่าให้รุ่นพี่ฟังหัวเราะคลายเครียดกันไป(ฮร่า)
ส่วนประเด็นโรดแมปในเรื่องปฏิรูปการเมือง เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่มีข้อเสนอเรื่องพรบ.นิรโทษกรรม เสนอออกกฎหมายนิรโทษกรรมคู่ขัดแย้งทางการเมือง 2ฝ่าย ตั้งแต่ปี2548-2557 ซึ่งผลพวงจากพรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านี้ มาถึงยุทธศาสตร์ของแนวทางปรองดอง อันชวนให้เป็นจริง เกิดข้อถกเถียงกันอยู่ว่าพรบ.นิรโทษกรรมควรจะออกแบบอย่างใด ซึ่ง’ชวน’ไม่วิจารณ์นิรโทษ ชี้ยึดถูกต้องปท.เดินหน้า หรือพรรคประชาธิปัตย์อย่างอภิสิทธิ์ กล่าวเตือน ก.ม.นิรโทษกรรม ต้องไม่ทำให้ปัญหาซ้ำรอย
ในที่สุด ย้อนกลับดูข่าว’ประยุทธ์’ชี้’ปรองดอง’กับ’นิรโทษ’คนละเรื่อง. แต่อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวผมยังมีความหวัง ครับ
*ราตรีสวัสดิ์ ครับ
**ภาพประกอบการเดินทางแวะถ่ายรูปอนุสาวรีย์พานรัฐธรรมนูญ อำเภอตะพานหิน และป้ายในศูนย์ราชการพิจิตร
***http://m.naewna.com/view/breakingnews/133124
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE56VXhPVEU0T0E9PQ==&subcatid=
http://www.komchadluek.net/detail/20141202/197014.html
12
รายการทีวีวันศุกร์:ประยุทธ์ทหารอาชีพ มีจ็อบเพิ่มเป็นนายกฯ ต่างจากทหารอาชีพ มีอุดมการณ์ต้องเสียอาชีพ กรณียังเติร์กรุ่นแรก กบฏร.ศ.๑๓๐ เมื่อพ้นโทษ บ๋วย บุณยรัตนพันธ์ ไปทำงานนสพ.สยามราษฎร์และศรีกรุง(ตระกูลวสุวัตร่วมคณะนสพ.สร้างศรีกรุงภาพยนตร์อย่างหนังเรื่องโชคสองชั้น) ถัด รัตนพันธุ์ และเนตร พูนวิวัฒน์ ร่วมเปิดร้านสรรพสินค้า “พูนรัตน์” เหรียญ ศรีจันทร์ เปิดร้าน “สินค้าไทย” ขุนทวยหารพิทักษ์ ตั้งห้างขายยาชื่อ โยคีสถาน (ต่อมาเป็นห้างศรีจันทร์)บุญ แตงวิเชียร และเขียน อุทัยกุล ไปเลี้ยงเป็ดและลงโป๊ะที่จ.สุราษฎร์ธานี นายอุทัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้จัดการโรงสีไฟที่จ.พัทลุง
อิทธิพลทุนนิยมการพิมพ์ ในกรณีจีโนสยาม สู่นักหนังสือพิมพ์ของกลุ่มรศ.130ในกรณีศรีกรุงภาพยนตร์(กรุงเทพภาพยนตร์/นสพ.ศรีกรุง)-2475
… ความซับซ้อนชาตินิยมจีนกับไทยสยามกรณีตัวอย่าง ที่มีกล่าวถึงนสพ.จีโนสยามวารศัพท์ มีจะให้เนรเทศนายเซียวฮุดเส็งออกไป แต่ว่าหากเนรเทศเขาแล้ว จะกลายเป็นวีรบุรุษ(Hero) …
…ด้านกลุ่มรศ.130 ตอนอยู่ในคุกเขียนงานให้นสพ. เช่น “จีโนสยามวารศัพท์” “ผดุงวิทยา” ของเซียวฮุดเส็ง “สยามราษฎร์” ของมานิต วสุวัต “ยามาโต” “วายาโม” “พิมพ์ไทย” “ตู้ทอง” และ “นักเรียน” เป็นต้น ในปี2467 พ้นโทษสมาชิกหลายคนไปทำงานหนังสือพิมพ์ เช่น ร.ท.ทองดำ คล้ายโอภาศ ,ร.ต.จือ ควกุล ทำงานหนังสือพิมพ์ “บางกอกการเมือง” ซึ่งมีอุทัย เทพหัสดินทร์ เพื่อนนักปฏิวัติผู้มีหุ้นส่วนในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว ส่วน ร.ต.บ๋วย บุณยรัตนพันธ์ ร.ต.ถัด รัตนพันธุ์ ร.ต.สอน วงษ์โต ร.ต.โกย วรรณกุล และ ร.ต.เนตร ทำงานที่ ”ศรีกรุง”(พี่น้องตระกูลวสุวัต ก่อตั้งภาพยนตร์เสียงศรีกรุง-หนังเงียบถึงเสียงพาทย์:โดยเรื่องภาพยนตร์จะขยายความในโอกาสต่อไป) และ “สยามราษฎร์”(รับอิทธิพลจีโนสยามฯมาเป็นนักนสพ.ในตระกูลวสุวัต) เป็นต้น
..เมื่อ ร.ศ.130 เป็นพวกลูกจีน และรักชาติ หลังเลิกงานมักทำตัวเป็นนักข่าวเล่าเรื่องการเมืองตามร้านอาหาร แหล่งชุมนุม และสโมสร คบค้าสมาคมกับทหารส่งผลต่อ2475
ทั้งนี้ บริบทกรณีตัวอย่างต่อมาช่วง 2475 ข้อคำนึงถึงสภาพของสยาม ที่ถูกแวดล้อมโดยอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งชาติทั้งสองนี้ มีข้อตกลงกัน คือ เอาสยามเป็นประเทศกันชน แต่เขาอาจพร้อมกันยกกำลังทหารเข้ามายึดครองแล้ว แบ่งดินแดนสยามไปเป็นเมืองขึ้น หรืออยู่ใต้อำนาจอิทธิพลของประเทศทั้งสอง.. และเรายังจะต้องอาศัยบารมีของพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องผูกรัดเขตต์แดนสยามเท่าที่ปรากฏในแผนที่เวลานี้ ให้ผูกโยงกันอย่างแน่นหนา เพราะเราต้องไม่ลืมว่าเวลานี้ เรามีเจ้าประเทศราช ..ในตัวแทนของภาคเหนือบทบาทของเจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่ (บุตรเขยของพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ)เฝ้าอยู่เคียงข้าง ร. 7 ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ขณะเกิดการปฏิวัติของคณะราษฎรด้วย
สรุปโดยย่อ ข้อมูลการเปลี่ยนแปลง2475 มีรายละเอียดมากกว่านี้ดูตัวอย่างตามลิ๊งค์ของข้อมูลจะเห็นความเป็นมาของยุค130 สู่เหตุการณ์2475 ความขัดแย้งของระบบราชการภายใน และปัจจัยนอกราชการสื่อสิ่งพิมพ์-ภาพยนตร์บันทีก2475ของตระกูลวสุวัต โดยบทเรียนกับประสบการณ์ของรศ.130 นำมาศึกษาสู่การปฏิวัติของปรีดี หรือกลุ่มทหาร มีทั้งการแพร่กระจายสายการจัดตั้ง และมุมมองต่อรศ.130 เป็นดาราดวงเด่น ในกบฏเก็กเหม็งในเมืองไทยและเมืองจีน รวมทั้งแง่อื่นๆ
กรณีการสืบต่อเกือบล้างแค้นให้เพื่อนร่วมรุ่น ที่ทรยศหักหลังรศ.130 เป็นสายลับในทหารด้วยกัน ต่อมา2475 มีรัฐธรรมนูญ คณะราษฎรได้ออกพรบ.ล้างมลทินผู้กระทำผิดทางการเมือง ร.ศ.130 และสมาชิกบางคนต่อมาเป็นส.ส. โดยท่านหนึ่ง บันทึกไว้ว่า “ทั้งนี้แสดงว่าการกระทำของคณะก่อการร.ศ.130 มิใช่เป็นสิ่งชั่ว แต่เป็นความคิดที่ไม่ต้องกับพฤติการณ์แวดล้อมและความนิยมของหมู่ชนเฉพาะกาลเท่านั้น” :ก่อนกาลเกิดรัฐธรรมนูญขึ้น
*ตัวอย่างข้อมูลที่มา:ยังเติร์กรุ่นแรก กบฏร.ศ.๑๓๐ -มองหาอุดมการณ์ ทหารหนุ่ม ‘ร.ศ.130’
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=inthedark&month=18-09-2007&group=19&gblog=18
จาก“คณะ ร.ศ.130” ถึง “คณะราษฎร”ความเป็นมาของความคิด“ประชาธิปไตย”ในประเทศไทย
http://freedom-thing.blogspot.com/2012/01/130.html
24 มิถุนายน 2475: สงครามบนแผ่นฟิล์ม หรือ“ภาพยนตร์กับการต่อสู้ทางชนชั้น..” ในเศรษฐศาสตร์การเมือง ปีที่ 7 ฉบับที่ 1-2 มกราคม-มิถุนายน 2532 (ผมเคยอ่านได้เคยอ้างไว้ด้วย) http://www.prachatai.com/journal/2012/06/41129
**ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากงานเขียนของผม และภาพประกอบผลงานเขียนย่อลองต่อยอดจากงานนำเสนอภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก ซึ่งสมัยทำมาหากินนำเสนองานปี2550(ฮร่า)
http://www.thaifilm.com/newsDetail.asp?id=316
http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15265
17
ผมบังเอิญเจอข้อมูลโรงภาพยนตร์ไม้สองชั้น หลังคาสังกะสี ที่ชื่อว่าโรงหนังตงก๊กหรือศรีวิศาล ซึ่งคำว่า “ตงก๊ก” ชาวจีนบางคนแปลว่า “ประเทศจีน” และร่ำลือแต่ก่อนเคยเป็นโรงหนังโป๊ โดยชื่อโรงหนังศรีวิศาล จึงลองค้นดูเพิ่มเติม(ฮร่า)
ความเป็นมาโรงหนังตงก๊ก ด้านหน้ามีการตกแต่งและประดับธงอย่างสวยงาม ด้านหน้ามีคำว่า “รัฐธรรมนูญจีรังทั่วไทย” ด้านขวามีคำว่า “สานติสุขเสมอภาค อิสสระภาพ” และมีรูปซุนยัดเซ็น กับร.๗
ข้อมูลของผู้เขียนเชื่อได้ว่าภาพนี้น่าจะถ่ายไว้ประมาณ ปี พ.ศ.๒๔๗๕ หนทอ ๒๔๗๖ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยชื่อโรงภาพยนตร์ มีเขียนไว้ด้านบนซ้าย เขียนทั้งคำว่า “ตงก๊ก”และ “ศรีวิศาล” ควบคู่กันไป
ภาพที่สอง เมื่อเข้าไปด้านในของโรงภาพยนตร์ มีห้องขายตั๋วอยู่กลางลาน เขียนติดไว้ว่า “ห้องขายตั๋ว” และบอกราคาว่า “หนึ่งรูเปีย” อีกบรรทัดหนึ่งเขียนว่า “ใช้ ๗๐ ส.ต.” ยังเป็นสมัยที่เมืองเชียงใหม่ยังใช้เงินรูเปีย ซึ่งเป็นเงินจากประเทศอินเดียและใช้ในพม่ารวมทั้งภาคเหนือของประเทศไทย
ทั้งสองฝั่งตั้งเป็นร้านค้าขายของทั้งร้านขายอาหาร กาแฟ หนังสือ ของกินเล่น ด้านขวาของภาพมีพ่อค้าคนหนึ่งกำลังขายกาแฟอยู่ ด้านในมีบันไดเดินขึ้นเพื่อเข้าไปชมชั้นสอง บันไดด้านซ้ายเขียนคำว่า “ทางเข้าชั้น ๓ บ๊อก” ไม่ทราบแปลว่าอะไร
ส่วนบันไดด้านขวาเขียนคำว่า “ทางเข้าชั้นที่ ๒” ที่ชั้นสองติดพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ ๗ สลับกับผู้นำของประเทศจีนในสมัยนั้น คือ ดร.ซุนยัดเซ็น ส่วนด้านล่างลงมามีภาพหลายภาพ บางภาพเป็นหญิง ไม่แน่ใจว่าเป็นภาพผู้บริหารของประเทศจีนหรือว่าจะเป็นภาพดาราภาพยนต์ในสมัยนั้นก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังมีธงชาติไทยและธงชาติประเทศจีนห้อยด้วยเชือก
คนรุ่นเก่าบอกว่าภาพนี้คงตกแต่งเพื่อเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ เพราะปกติด้านหน้าทางเข้าโรงหนังตงก๊กเป็นที่โล่งติดถนนท่าแพ ถัดจากถนนท่าแพเข้ามาใช้เป็นที่จอดรถจักรยาน รถจักรยานยนต์และสามล้อรับจ้าง ถัดมาด้านในเป็นร้านค้ามีที่ขายตั๋วอยู่ตรงกลาง
สมัยนั้นก่อนฉายภาพยนตร์นอกเหนือจากมีเพลงสรรเสริญพระบารมีและมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงแล้วยังมีภาพของ ดร.ซุนยัดเซ็น ผู้นำประเทศจีนอีกด้วย บ่งบอกว่าเจ้าของโรงหนังตงก๊กมีความศรัทธาในระบอบการปกครองระบบประชาธิปไตยและยังมีความรักในประเทศจีนบ้านเกิดอยู่มาก อาจเรียกว่า “ชาตินิยม” ก็คงไม่ผิดนัก
หากเปรียบเทียบมุมมองของผมโดยกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงนิยมการถ่ายภาพยนตร์ และมีการสร้างโรงภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่อย่างเฉลิมกรุงด้วย
โดยสรุปย่อข้อเขียนเรื่องโรงภาพยนตร์ตงก๊กหรือศรีวิศาล ด้านหน้าวัดแสนฝาง เล่าผู้ที่ร่วมลงทุนเป็นกลุ่มชาวจีนหลายคน หุ้นส่วนหลักคือ นายเคียมถ่าย แซ่พัว นายเปงเล้ง แซ่เล้า เจ๊กเปงล้ง โตวิจักษ์ชัยกุล ระยะหลังโรงภาพยนตร์ศรีวิศาล เปลี่ยนชื่อเป็นโรงภาพยนตร์ควีน โดยผู้เช่าดำเนินการ คือ ร้อยเอกทองแขม สิทธิพงศ์ ต่อมาขายต่อให้ตระกูล “ชินวัตร” ทำกิจการโรงหนังอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งทำเป็นห้างสรรพสินค้าขายพวกผ้าไหม และเปลี่ยนเป็นบริษัทขายอุปกรณ์มือถือ
ปิดท้าย สถาปัตยกรรมโรงหนัง ที่เคยปรากฏภาพยุคบรรยากาศสมัยเริ่มประชาธิปไตย และความทรงจำ ระหว่างประชาธิปไตยไทยกับสาธารณรัฐชาตินิยมของจีน หายไป บัดนี้ ข้อถกเถียงประชาธิปไตยยังไม่จบในปัจจุบัน ครับ
*ภาพโรงภาพยนตร์ตงก๊กได้มาจากร้านรัตนผล ที่มาข้อมูลจากเว็บ อ้างอิงพ.ต.ท.อนุ เนินหาด ผู้สนใจเพิ่มเติมต้องหาหนังสือของเขามาดู ซึ่งผมเคยพบเขาที่บ้านลุงบุญเสริม ช่างภาพคนสำคัญของเชียงใหม่ ยังบอกว่าคนนี้เป็นผู้บันทึกประวัติศาสตร์เชียงใหม่ พิมพ์หนังสือเองด้วย ครับ
เชียงใหม่ในอดีต:โรงภาพยนตร์ตงก๊กหรือศรีวิศาล
http://muslimchiangmai.net/index.php?topic=3506.0
**ภาพประกอบจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรมกับร.7พระราชกระแส..เรื่องการศึกษาในระบอบFascism..และบทความพระเจ้าช้างเผือก มีเรื่องโรงหนังเฉลิมกรุง ดูเพิ่มเติม ครับ
http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15265
19
ทีวีที่พูดกรอกหู จนรุ่นพี่เห็นหน้าประยุทธ์ทางทีวีบอกกวนตีน นี่เป็นความซับซ้อนซ่อนหาทาง..กลายเป็นโรดแมปปฏิรูปร่างรัฐธรรมนูญ นี่แหละ “ประยุทธ์ หยุดพาชาติหลงทาง ผ่านสื่อ” ครับ
ย้อนดูการวิเคราะห์สื่อ และตีความเรื่องการสร้างภาพยนตร์ จากประวัติศาสตร์รัฐบาลคณะราษฎร สร้างสถาบันทหารนั้นกระทำในหลายวิธี การใช้ภาพยนตร์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดำเนินไปอย่างได้ผล ภาพยนตร์ข่าวการปราบกบฎบวรเดช เป็นผลงานของสำนักงานโฆษณาการโดยหลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัต) และบริษัทถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เข้าไปบันทึกภาพจากเหตุการณ์สู้รบจริง ๆ และภาพยนตร์แสดงให้เห็นถึงชัยชนะของทหารผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ต่อทหารของฝ่ายกบฎที่ถูกอธิบายว่าเป็นศัตรูต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้ภาพทหารของรัฐธรรมนูญเด่นชัดขึ้น
อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์ เรื่อง “เลือดทหารไทย” ก็ปรากฏสู่สายตาพลเมืองโดยภาพยนตร์ชุดนี้ถูกนำออกฉาย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ปี พ.ศ.2477 โดยคณะพี่น้องวสุวัตได้รับการสนับสนุนอุดมการณ์จากรัฐบาลประชาธิปไตย เกี่ยวข้อง จอมพล ป. ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำออกฉายปี พ.ศ.2478 ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มุ่งหมายเพื่อเผยแพร่กิจการของกองทัพ ปลุกใจให้รักชาติ ปกป้องปฐพี และพิทักษ์รัฐธรรมนูญ โดยนำเสนอเป็นภาพยนตร์บันเทิงมีพระเอกนางเอกด้วย
ด้านหนึ่งของกิจการภาพยนตร์เป็นพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ และ ภาพยนตร์เสียงเรื่องแรกที่พี่น้องวสุวัต ประเดิมถ่ายทำได้แก่ภาพยนตร์ข่าว สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณ เสด็จนิวัต พระนคร ต่อมาภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ออกฉาย สู่สาธารณะที่ โรงภาพยนตร์พัฒนากร และเกิดการตื่นตัวทางภาพยนตร์ โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่มีเสียงพูด ชื่อว่า “หลงทาง” ออกฉายในวันขึ้นปีใหม่ของสยามขณะนั้น (ต่อมามีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่) และวันเริ่มต้นการเฉลิมฉลองพระนคร 150 ปีพอดี
ทั้งนี้ ร.7 ทรงได้อิทธิพลจากชนชั้นสูงของอังกฤษ ให้ชอบเสด็จไปล่าสัตว์และโปรดถ่ายภาพยนตร์เอาไว้ ก็ทรงห้ามไม่ให้เผยแพร่ เพราะเกรงคำครหานินทาของราษฎร ซึ่งชื่อหนังสือภาษาอังกฤษใช้คำว่า The Man Who Accused the King of Killing A Fish เพราะนรินทร์กลึงเขียนโจมตีร.7 ที่เสด็จไปตกปลาที่ประเทศอังกฤษ นี่เป็นภาพสะท้อนสื่อภาพยนตร์ อีกบทบาทหนึ่งของสื่อ ครับ
โดยสรุปอย่างย่อๆ ก่อนเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นไทยในปี พ.ศ. 2481 เห็นภาพยนตร์ในฐานะสื่อ ที่มีแนวคิดทฤษฎีวิเคราะห์ต่างๆนานา เช่น สื่อแพร่กระจายวัฒนธรรม และส่วนการวิเคราะห์กลุ่ม1.บทบาทตระกูลวสุวัตแห่งศรีกรุง ร่วมกับเจ้ามาร่วมกับฝ่ายทหาร(กลุ่มอื่น เช่น กลุ่มทุนจีน) 2.เกิดกลุ่มปรีดีภาพยนตร์ สร้างหนังเป็นทหารเพื่อสันติภาพอย่างหนังพระเจ้าช้างเผือก ในแง่ชาตินิยม : สันติสุข เสมอภาค อิสระภาพ”โดยมุมมองใหม่ของผม สะท้อนสภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ กับกฎแห่งกรรมในชะตากรรม ด้วย
ฉะนั้น เมื่อกรอบวิเคราะห์-การตีความในลักษณะลัทธิทหารนิยมรัฐธรรมนูญ สร้างชาติ กับลัทธิทหารอำนาจนิยมแนวฟาสซิสม์ จะมาเคียงคู่กันในบริบทจอมพลป. ที่กลายเป็นเรื่องว่าเผด็จการฟาสซิสม์ นิยมนโปเลียน ฯลฯ ต่อมาฟาสซิสม์เป็นภัยร้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง และแล้วบริบทปวศ.รายละเอียดเยอะ ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน เห็นว่าทหารจากชนชั้นของราษฎร กลายเป็นอำมาตยาธิปไตย
*ข้อมูลจาก 24 มิถุนายน 2475: สงครามบนแผ่นฟิล์ม
http://www.prachatai.com/journal/2012/06/41129
**ข้อมูลบทความพระเจ้าช้างเผือกของผม และการถ่ายทำหนังพระเจ้าช้างเผือกบรรยากาศธรรมชาติในจังหวัดแพร่
http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15265
http://www.prachatai.com/journal/2008/01/15326
*** ที่มาชื่อหนังสือภาษาอังกฤษใช้คำว่า The Man Who Accused the King of Killing A Fish https://www.facebook.com/notes/10151521275083353/
****ภาพประกอบหนังพระเจ้าช้างเผือกจากทางเน็ตกับโน้ตเพลง ที่มาสถาบันปรีดีฯ ครับ
http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=43&s_id=9&d_id=23
*****ไอเดียบางส่วนจากหนังสือThailand : Origins of Military Rule
22
ผมเมากำลังจะหลับตา หลังสัมผัสลมหนาวผ่านมาครบรอบ10ปี ในปี2547 ที่เดินทางไปเชียงของ กับพวกหญิงสาว ที่ตอนนั้นกลุ่มคณะละครหุ่นเงา อีกคนหนึ่งเป็นคนถ่ายภาพให้ผมคู่กับสาว(น้องของเพื่อนผมอยู่ที่จ.น่าน) ในรูป ณ เกสต์ฮาวส์ ริมน้ำโขง ที่เชียงของ ซึ่งผมกำลังเริ่มต้นอย่างโรแมนติค(ฮร่า) สร้างสรรค์ต่อเนื่องเรื่องเล่าผ่านภาพแผนที่ในรอบสิบปีที่ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องแม่น้ำโขง หรือแม่น้ำของ
เมื่อย้อนกลับมาทบทวนบริบทของรูปแผนที่ในหนังสือ Siam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nation ซึ่งผมกลับมาดูฉบับแปล คือ กำเนิดสยามจากแผนที่: ประวัติศาสตร์ภูมิกายาของชาติ
โดยผมเกิดผลของการคิดเรื่องข้อสังเกตคำว่าCorruption ในภาษาอังกฤษกับการแปลกลับมาคำว่าฉ้อราษฎรจากภาพแผนที่มีรูปคอมมิวนิสต์เวียดนาม ลาว และกัมพูชา ที่มีแม่น้ำโขง กำลังกลืนกินไทย กลับกันในปัจจุบันไทยไม่โดนคุกคามจากปัจจัยภายนอก แต่กำลังทำร้ายกันเอง รวมทั้งกลืนกินโกงติดสินบน ด้วย
ปิดท้าย บริบทของแผนที่นี้ ทำให้เห็นข้อสังเกตเวลาต่อมาของชะตากรรมช่วงยุคสงครามจีนสั่งสอนเวียดนาม(ลาว)-กัมพูชา ในบทเทวดาแห่งประวัติศาสตร์ในหนังสือชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม ในตอนปิดท้ายของหนังสือบทเทวดาแห่งประวัติศาสตร์(ฉบับพิมพ์ครั้งแรก) ดูที่ผมเคยเขียนไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม กรณีศึกษาของพื้นที่แห่งความทรงจำ โดยผมจะเขียนกล่าวจบอย่างสรุปสุดโรแมนติค มีรัก มีหวังหยุดคอรัปชั่น แม้อนาคตไม่แน่นอน
ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
*ครบรอบเขียนเรื่องภาพยนตร์พระเจ้าช้างเผือก7ปีผ่านไปและครบ10ปีหาทางเขียนสร้างสรรค์ผ่านภาพประกอบหนังสือthe creative processพร้อมรูปผมกับน้องสาวของเพื่อน
**ภาพประกอบแผนที่ไตรภูมิ-แม่น้ำของหรือโขง และหนังสือ Siam Mapped ฯลฯ
***ภาพแม่น้ำของ ที่ผมนำเป็นแนวคิด โดยมีข้อสังเกตคนนำเสนอเชื่อมโยงภูมิกายาของเวียดนามด้วย
https://leminhkhai.wordpress.com/2012/03/13/the-geo-body-of-vietnam/
****ข่าวปปช.กับพล.อ.เปรม ชี้ใครบอกแก้โกงไม่ใช่หน้าที่ถือไม่รักชาติ
*****น้ำโขงมีความหมาย = ? อืมอันนี้นิยามน่าจะตอบยาก ถ้าหมายความว่่าชื่อแม่น้ำโขง 1.น่าจะหมายถึงโค้ง ไม่ตรงตามตำนานเรื่องนาคสองฝ่ายทะเลาะกัน นาคฝ่ายหนึ่งเกิดแม่น้ำโขงกับปลาบึก และนาคฝ่ายสอง เกิดแม่น้ำน่าน 2.แม่น้ำไหลผ่านประเทศจีนมีชื่อเรียกว่า แม่น้ำหลานชางเจียง หรือ แม่น้ำล้านช้าง และเมื่อไหลผ่านเข้าเขตประเทศพม่า และประเทศลาว เรียกว่า แม่น้ำของ รวมถึงคำเมืองล้านนาก็เรียก แม่น้ำของ เช่นกัน แต่ในภาษาไทยเรียกว่า แม่น้ำโขง
ส่วนคำตอบที่3. ผมตอบง่ายว่าน้ำโขง มีความหมายกับปลา ไม่มีน้ำโขงไม่มีปลา หรือ น้ำโขงกับผู้คนใช้น้ำกัน ครับ
https://www.gotoknow.org/posts/289297
https://www.gotoknow.org/posts/255215
23 วันอังคาร
เดือนพ.ย.ผมร่วมเวทีเรื่องเกี่ยวกับองค์กรอิสระฯ ซึ่งประเด็นหลักคีย์เวริด์ผมพูดเรื่ององค์กรอิสระเป็นเสือกระดาษ เพราะตัวชี้วัด คือ พื้นที่สาธารณะอย่างสื่อได้ออกข่าวว่าองค์กรอิสระ โดยกรรมการสิทธิฯ สตง.(ตรวจเรื่องคอรัปชั่น)ยอมรับเป็นเสือกระดาษ ลองค้นดูคีย์เวริด์นี้ ครับ
ส่วนด้านข้อมูลองค์กร หลายเรื่องมาก กรณีกกต.จะทำไงให้มาตรฐานเท่าเกาหลีใต้ และปปช.จังหวัด จะพัฒนาให้ดีขึ้น เป็นภาพกว้างๆ น่ะครับ
เนื่องจากต่อยอดเวทีโดยโฟกัสยกตัวอย่างวิทยานิพนธ์ของผมอย่างสั้นๆในแง่โลกาภิวัตน์ –ชาติ สู่ท้องถิ่นกับอบต.(สู่อบท.) ทำให้เกิดพลวัตการกระจายอำนาจต้องมากขึ้น กรณีการจัดการรองรับการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนและชายแดนเป็นเรื่องเชิงทฤษฎีสั้นๆว่า ผลประโยชน์จากการพัฒนา ทำให้เกิดคอรัปชั่นอย่างข่าวพิพิธภัณฑ์ปลาบึก ที่ก่อสร้างในเขตเทศบาลตำบลเวียงเชียงของ ครับ
แต่สร้างมาแล้วใช้การไม่ได้ มีการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้น จนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)เข้ามาตรวจสอบเอาผิดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)
โดยสรุปง่ายๆแล้ว 1.ผมคาดหวังว่าคอรัปชั่นเป็นเรื่ององค์กรอิสระ(เช่น สตง.ฯลฯ) จะทำให้หายไปได้ก็ดี 2.ภาวะน้ำท่วมปากทางการเมือง ทำให้คนยังไม่สามารถมีสิทธิมีเสียงแก้ปัญหาอย่างอิสระได้ง่าย 3.โครงร่างคร่าวๆ สำหรับหัวข้อ สตง.การตรวจสอบคอรัปชั่นพิพิธภัณฑ์ปลาบึกของอบท. สู่การสร้างงานศิลป์พิพิธภัณฑ์ปลาบึก นี่แหละจบเรื่องสร้างสรรค์Artครับ^^
*ภาพประกอบที่เขียนตอบงานแสดงความคิดเห็น จริงๆครุ่นคิดหนักเขียนไปสี่แผ่น ดูที่เรียบเรียงไว้มาเผยแพร่สองแผ่น โดยประยุกต์แนวคิดบางส่วนJürgen Habermas: bourgeois public sphere. ซึ่งผมเขียนไว้กับคุยอยากให้องค์กรอิสระฯ เพิ่มพื้นที่สาธารณะการจัดเวทีมีส่วนร่วมอย่างไม่เป็นทางการมากขึ้น โดยผมถ่ายภาพเก็บไว้เผื่อดัดแปลงเป็นบทความอย่างแนวคล้ายๆ กรณีเรื่องคอรัปชั่น-องค์กรอิสระกับประชาสังคมที่เคยได้ลงเนชั่น สุดสัปดาห์ ครับ
**ข่าวจากเชียงรายนิวส์ ปีที่27 ฉ.0473 ส.ค.2557 และภาพประกอบงานศิลปะ-ผุดพิพิธภัณฑ์ปลาบึกน้ำโขงฝีมือ อจ.เฉลิมชัย ใหญ่ที่สุดในโลก.
http://www.maesainewsonline.com/index.php?main=read&id=2322&CID=2
สตง.ตามบี้เช็กบิลทุจริตพิพิธภัณฑ์ปลาบึก ข้อมูลนสพ.นี้บอกงบ 9 ล้านบาท
http://www.thaipost.net/x-cite/060712/59202
***โน้ตไว้หลังจากหลายปีที่ผมเคยเขียนขอทุนอียู(EUหรือสหภาพยุโรป) และร่วมผ่านกระบวนการหลายอย่างกับทุนยูเสด(Usaid) ที่คาดหวังกับองค์กรอิสระฯลฯ ครับ
เน็ตผมอาการค้างอีกแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนหละกัน แถมเพลงคำถามซึ่งไร้คนตอบ นี้ครับhttps://www.youtube.com/watch?v=mVkMDcjSpMQ
26 วันศุกร์
เมื่อผมกับพรรคพวกคุยเรื่องงาน ก่อนนอนเลยจัดตามข่าววันศุกร์พบผู้นำ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องนายกพูดเรื่องสึนามิ และข่าวพล.อ.ประยุทธ์ไปเมืองจีน ต่อมาคุยเรื่องรถไฟในภูมิภาค
กรณีสิบปีที่เขียนเรื่องปัญหาภาคใต้ในปี2547กับภาพความจำต่อรถไฟ มีเรื่องเล่าบางอย่างตอนที่ผมอายุ20 ปี เลียนแบบเพื่อนๆ หลายคน ที่ต่างออกเดินทางคนเดียว เป็นการเรียนรู้ และแสวงหาความหมายของชีวิต ปี42 (ละมั้ง) ยิ่งกว่าหนังเพื่อนสนิท ติสท์หนุ่มนั่งรถไฟจากเชียงใหม่ไปสุไหงโกลก พกหนังสือคำพิพากษาไปอ่านระหว่างการเดินทางและกล้องถ่ายรูป ผ่านพบเจอผู้คนร่วมขบวนรถไฟ และผมพบผู้คนระหว่างทางภาคใต้ท่าทางเหมือนผู้ก่อการร้าย สูบบุหรี่บนรถไฟ
จากนั่งรถหลายวัน มาถึงสถานีสุไหงโกลก ต่อมาผมคิดมากไม่รู้ไปไหนต่อ จึงซื้อตั๋วรถไฟกลับทันใดนั้นเอง นี่แหละความทรงจำหน้ารออีกสามสิบนาทีกลับกรุงเทพฯ ซึ่งผมเล่าเรื่องนี้คนส่วนใหญ่จะหัวเราะ น่ะครับ^^
ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องสุไหงโก-ลก ป่าและแม่น้ำ รวมทั้งเส้นทางรถไฟ-การตั้งเทศบาลตำบล ดูที่วิกิพีเดีย ครับ
*กฎอัยการศึก…บทเรียนจากชายแดนใต้(“100 ปีกฎอัยการศึก 10 ปี ณ ปาตานี”… ซึ่งเป็นวันครบรอบ 10 ปีการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร และเป็นปีครบรอบ 100 ปีการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ด้วย)
http://www.isranews.org/south-news/talk-with-director/item/29585-martial_29585.html
สิบปีสึนามิ
**ภาพประกอบบทความในนิตยสาร ที่เคยเขียนงานไว้ปี2547 ครับ
30
ช่วงใกล้ปีใหม่ เมื่อวันที่27ธันวา ที่ผ่านมา ทำให้ผมทบทวนเล่าเรื่องสบายๆ ดีๆในแง่คุยกับรุ่นน้องมีเรื่องที่สิบปีที่ผมกับรุ่นน้องที่ร่วมเขียนเรื่องภาคใต้ในวันก่อน ที่ผมจะเข้าวัดบุพพาราม ในแง่มุมที่ผมตอนทำวิทยานิพนธ์ช่วงปี2547 เราคุยกันหลายเรื่องมาก ปัญหาต่างๆ มากมายของสังคมไทยในปัจจุบัน แต่ส่วนตัวในแง่นั้น ทำให้ผมมาทบทวนเรื่องภาคเหนือ ซึ่งรุ่นน้องผม ทำเรื่องวิทยานิพนธ์ป.โทเรื่องรัฐไทใหญ่ เปรียบเทียบกับภาคเหนือของล้านนา(ปัจจุบันเรียนป.เอก) และผมเขียนวิทยานิพนธ์ป.โทเรื่องเชียงของ เกี่ยวกับปลาในแม่น้ำของ
ซึ่งผมช่วยงานโครงการย้อนรอยจิตรกรรมวัดอุโมงค์เชียงใหม่ แบบไม่ค่อยสนใจไตรภูมิในแง่แผนที่มากเท่าไหร่ โดยคนเชื่อมโยงเรื่องไตรภูมิกับSIAMMAPPEDDฯ คือ รุ่นน้องของผม ทั้งที่เค้าเรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ ด้วย
แน่ละนี่คือ ชะตากรรม ในแง่ที่เขาวันหนึ่งมาคุยเรื่องไตรภูมิภาพจิตรกรรรมแม่น้ำของ และปลา ทำให้ผมติสท์หนุ่มเห็นความเชื่อมโยงจินตนาการอันสร้างสรรค์ ก่อนหน้าเขาปีนี้ผมเจอเค้า ณ กรุงเทพฯ ก่อนบวชพระ และแล้วสำหรับปีหน้า ที่เล่ามาทั้งหมด นึกถึงว่าเขาย้ำๆ ว่าผมต้องไปงานแต่งงานของเขาให้ได้ ครับ^^(ฮร่า)
เมื่อผมกลับมาเขียนเรื่องใหม่ผ่านมุมมองแบบบันทึก โดยเริ่มต้นเล่าย่อๆ
วันที่10. ธันวา
หลายวันที่ก่อนโน้นวันอันซุ่มซ่ามของผม ไม่มีโรดแมปอันชัดเจน ขณะขับรถอยู่ในพิจิตรพาแม่เข้าศูนย์ราชการ หรือศาลากลาง โดยไม่แน่ใจว่าประตูปิดอยู่ข้างหนึ่ง มีทหารยืนเฝ้าทางเข้า มีช่องทางเล็กสองทาง และผมขับรถผ่าน ทหารสะพายปืนทำหน้างงๆ ต่อมาผมคิดขึ้นด้วยสงสัยเข้าข้างผิด น่าจะเป็นช่องเล็กด้านซ้าย ไม่ใช่ขวา
โดยผมเล่าให้แม่ฟังตอนขาออก เกิดทหารมันยิงเราละแม่ ซึ่งแม่ตอบมันยิงเราก็ผิด คนจะตายมันก็ตาย ผมเล่าให้รุ่นพี่ฟังหัวเราะคลายเครียดกันไป(ฮร่า)
ส่วนประเด็นโรดแมปในเรื่องปฏิรูปการเมือง เป็นตัวอย่างหนึ่ง ที่มีข้อเสนอเรื่องพรบ.นิรโทษกรรม เสนอออกกฎหมายนิรโทษกรรมคู่ขัดแย้งทางการเมือง 2ฝ่าย ตั้งแต่ปี2548-2557 ซึ่งผลพวงจากพรรคเพื่อไทย ก่อนหน้านี้ มาถึงยุทธศาสตร์ของแนวทางปรองดอง อันชวนให้เป็นจริง เกิดข้อถกเถียงกันอยู่ว่าพรบ.นิรโทษกรรมควรจะออกแบบอย่างใด ซึ่ง’ชวน’ไม่วิจารณ์นิรโทษ ชี้ยึดถูกต้องปท.เดินหน้า หรือพรรคประชาธิปัตย์อย่างอภิสิทธิ์ กล่าวเตือน ก.ม.นิรโทษกรรม ต้องไม่ทำให้ปัญหาซ้ำรอย
ในที่สุด ย้อนกลับดูข่าว’ประยุทธ์’ชี้’ปรองดอง’กับ’นิรโทษ’คนละเรื่อง. แต่อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวผมยังมีความหวัง ครับ
*ราตรีสวัสดิ์ ครับ
**ภาพประกอบการเดินทางแวะถ่ายรูปอนุสาวรีย์พานรัฐธรรมนูญ อำเภอตะพานหิน และป้ายในศูนย์ราชการพิจิตร
***http://m.naewna.com/view/breakingnews/133124
http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRReE56VXhPVEU0T0E9PQ==&subcatid=
http://www.komchadluek.net/detail/20141202/197014.html
12
รายการทีวีวันศุกร์:ประยุทธ์ทหารอาชีพ มีจ็อบเพิ่มเป็นนายกฯ ต่างจากทหารอาชีพ มีอุดมการณ์ต้องเสียอาชีพ กรณียังเติร์กรุ่นแรก กบฏร.ศ.๑๓๐ เมื่อพ้นโทษ บ๋วย บุณยรัตนพันธ์ ไปทำงานนสพ.สยามราษฎร์และศรีกรุง(ตระกูลวสุวัตร่วมคณะนสพ.สร้างศรีกรุงภาพยนตร์อย่างหนังเรื่องโชคสองชั้น) ถัด รัตนพันธุ์ และเนตร พูนวิวัฒน์ ร่วมเปิดร้านสรรพสินค้า “พูนรัตน์” เหรียญ ศรีจันทร์ เปิดร้าน “สินค้าไทย” ขุนทวยหารพิทักษ์ ตั้งห้างขายยาชื่อ โยคีสถาน (ต่อมาเป็นห้างศรีจันทร์)บุญ แตงวิเชียร และเขียน อุทัยกุล ไปเลี้ยงเป็ดและลงโป๊ะที่จ.สุราษฎร์ธานี นายอุทัย เทพหัสดิน ณ อยุธยา เป็นผู้จัดการโรงสีไฟที่จ.พัทลุง
อิทธิพลทุนนิยมการพิมพ์ ในกรณีจีโนสยาม สู่นักหนังสือพิมพ์ของกลุ่มรศ.130ในกรณีศรีกรุงภาพยนตร์(กรุงเทพภาพยนตร์/นสพ.ศรีกรุง)-2475
… ความซับซ้อนชาตินิยมจีนกับไทยสยามกรณีตัวอย่าง ที่มีกล่าวถึงนสพ.จีโนสยามวารศัพท์ มีจะให้เนรเทศนายเซียวฮุดเส็งออกไป แต่ว่าหากเนรเทศเขาแล้ว จะกลายเป็นวีรบุรุษ(Hero) …
…ด้านกลุ่มรศ.130 ตอนอยู่ในคุกเขียนงานให้นสพ. เช่น “จีโนสยามวารศัพท์” “ผดุงวิทยา” ของเซียวฮุดเส็ง “สยามราษฎร์” ของมานิต วสุวัต “ยามาโต” “วายาโม” “พิมพ์ไทย” “ตู้ทอง” และ “นักเรียน” เป็นต้น ในปี2467 พ้นโทษสมาชิกหลายคนไปทำงานหนังสือพิมพ์ เช่น ร.ท.ทองดำ คล้ายโอภาศ ,ร.ต.จือ ควกุล ทำงานหนังสือพิมพ์ “บางกอกการเมือง” ซึ่งมีอุทัย เทพหัสดินทร์ เพื่อนนักปฏิวัติผู้มีหุ้นส่วนในหนังสือพิมพ์ดังกล่าว ส่วน ร.ต.บ๋วย บุณยรัตนพันธ์ ร.ต.ถัด รัตนพันธุ์ ร.ต.สอน วงษ์โต ร.ต.โกย วรรณกุล และ ร.ต.เนตร ทำงานที่ ”ศรีกรุง”(พี่น้องตระกูลวสุวัต ก่อตั้งภาพยนตร์เสียงศรีกรุง-หนังเงียบถึงเสียงพาทย์:โดยเรื่องภาพยนตร์จะขยายความในโอกาสต่อไป) และ “สยามราษฎร์”(รับอิทธิพลจีโนสยามฯมาเป็นนักนสพ.ในตระกูลวสุวัต) เป็นต้น
..เมื่อ ร.ศ.130 เป็นพวกลูกจีน และรักชาติ หลังเลิกงานมักทำตัวเป็นนักข่าวเล่าเรื่องการเมืองตามร้านอาหาร แหล่งชุมนุม และสโมสร คบค้าสมาคมกับทหารส่งผลต่อ2475
ทั้งนี้ บริบทกรณีตัวอย่างต่อมาช่วง 2475 ข้อคำนึงถึงสภาพของสยาม ที่ถูกแวดล้อมโดยอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งชาติทั้งสองนี้ มีข้อตกลงกัน คือ เอาสยามเป็นประเทศกันชน แต่เขาอาจพร้อมกันยกกำลังทหารเข้ามายึดครองแล้ว แบ่งดินแดนสยามไปเป็นเมืองขึ้น หรืออยู่ใต้อำนาจอิทธิพลของประเทศทั้งสอง.. และเรายังจะต้องอาศัยบารมีของพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องผูกรัดเขตต์แดนสยามเท่าที่ปรากฏในแผนที่เวลานี้ ให้ผูกโยงกันอย่างแน่นหนา เพราะเราต้องไม่ลืมว่าเวลานี้ เรามีเจ้าประเทศราช ..ในตัวแทนของภาคเหนือบทบาทของเจ้ากาวิละวงศ์ ณ เชียงใหม่ (บุตรเขยของพลตรีเจ้าแก้วนวรัฐ)เฝ้าอยู่เคียงข้าง ร. 7 ณ พระราชวังไกลกังวล หัวหิน ขณะเกิดการปฏิวัติของคณะราษฎรด้วย
สรุปโดยย่อ ข้อมูลการเปลี่ยนแปลง2475 มีรายละเอียดมากกว่านี้ดูตัวอย่างตามลิ๊งค์ของข้อมูลจะเห็นความเป็นมาของยุค130 สู่เหตุการณ์2475 ความขัดแย้งของระบบราชการภายใน และปัจจัยนอกราชการสื่อสิ่งพิมพ์-ภาพยนตร์บันทีก2475ของตระกูลวสุวัต โดยบทเรียนกับประสบการณ์ของรศ.130 นำมาศึกษาสู่การปฏิวัติของปรีดี หรือกลุ่มทหาร มีทั้งการแพร่กระจายสายการจัดตั้ง และมุมมองต่อรศ.130 เป็นดาราดวงเด่น ในกบฏเก็กเหม็งในเมืองไทยและเมืองจีน รวมทั้งแง่อื่นๆ
กรณีการสืบต่อเกือบล้างแค้นให้เพื่อนร่วมรุ่น ที่ทรยศหักหลังรศ.130 เป็นสายลับในทหารด้วยกัน ต่อมา2475 มีรัฐธรรมนูญ คณะราษฎรได้ออกพรบ.ล้างมลทินผู้กระทำผิดทางการเมือง ร.ศ.130 และสมาชิกบางคนต่อมาเป็นส.ส. โดยท่านหนึ่ง บันทึกไว้ว่า “ทั้งนี้แสดงว่าการกระทำของคณะก่อการร.ศ.130 มิใช่เป็นสิ่งชั่ว แต่เป็นความคิดที่ไม่ต้องกับพฤติการณ์แวดล้อมและความนิยมของหมู่ชนเฉพาะกาลเท่านั้น” :ก่อนกาลเกิดรัฐธรรมนูญขึ้น
*ตัวอย่างข้อมูลที่มา:ยังเติร์กรุ่นแรก กบฏร.ศ.๑๓๐ -มองหาอุดมการณ์ ทหารหนุ่ม ‘ร.ศ.130’
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=inthedark&month=18-09-2007&group=19&gblog=18
จาก“คณะ ร.ศ.130” ถึง “คณะราษฎร”ความเป็นมาของความคิด“ประชาธิปไตย”ในประเทศไทย
http://freedom-thing.blogspot.com/2012/01/130.html
24 มิถุนายน 2475: สงครามบนแผ่นฟิล์ม หรือ“ภาพยนตร์กับการต่อสู้ทางชนชั้น..” ในเศรษฐศาสตร์การเมือง ปีที่ 7 ฉบับที่ 1-2 มกราคม-มิถุนายน 2532 (ผมเคยอ่านได้เคยอ้างไว้ด้วย) http://www.prachatai.com/journal/2012/06/41129
**ข้อมูลส่วนหนึ่งมาจากงานเขียนของผม และภาพประกอบผลงานเขียนย่อลองต่อยอดจากงานนำเสนอภาพยนตร์เรื่องพระเจ้าช้างเผือก ซึ่งสมัยทำมาหากินนำเสนองานปี2550(ฮร่า)
http://www.thaifilm.com/newsDetail.asp?id=316
http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15265
17
ผมบังเอิญเจอข้อมูลโรงภาพยนตร์ไม้สองชั้น หลังคาสังกะสี ที่ชื่อว่าโรงหนังตงก๊กหรือศรีวิศาล ซึ่งคำว่า “ตงก๊ก” ชาวจีนบางคนแปลว่า “ประเทศจีน” และร่ำลือแต่ก่อนเคยเป็นโรงหนังโป๊ โดยชื่อโรงหนังศรีวิศาล จึงลองค้นดูเพิ่มเติม(ฮร่า)
ความเป็นมาโรงหนังตงก๊ก ด้านหน้ามีการตกแต่งและประดับธงอย่างสวยงาม ด้านหน้ามีคำว่า “รัฐธรรมนูญจีรังทั่วไทย” ด้านขวามีคำว่า “สานติสุขเสมอภาค อิสสระภาพ” และมีรูปซุนยัดเซ็น กับร.๗
ข้อมูลของผู้เขียนเชื่อได้ว่าภาพนี้น่าจะถ่ายไว้ประมาณ ปี พ.ศ.๒๔๗๕ หนทอ ๒๔๗๖ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยชื่อโรงภาพยนตร์ มีเขียนไว้ด้านบนซ้าย เขียนทั้งคำว่า “ตงก๊ก”และ “ศรีวิศาล” ควบคู่กันไป
ภาพที่สอง เมื่อเข้าไปด้านในของโรงภาพยนตร์ มีห้องขายตั๋วอยู่กลางลาน เขียนติดไว้ว่า “ห้องขายตั๋ว” และบอกราคาว่า “หนึ่งรูเปีย” อีกบรรทัดหนึ่งเขียนว่า “ใช้ ๗๐ ส.ต.” ยังเป็นสมัยที่เมืองเชียงใหม่ยังใช้เงินรูเปีย ซึ่งเป็นเงินจากประเทศอินเดียและใช้ในพม่ารวมทั้งภาคเหนือของประเทศไทย
ทั้งสองฝั่งตั้งเป็นร้านค้าขายของทั้งร้านขายอาหาร กาแฟ หนังสือ ของกินเล่น ด้านขวาของภาพมีพ่อค้าคนหนึ่งกำลังขายกาแฟอยู่ ด้านในมีบันไดเดินขึ้นเพื่อเข้าไปชมชั้นสอง บันไดด้านซ้ายเขียนคำว่า “ทางเข้าชั้น ๓ บ๊อก” ไม่ทราบแปลว่าอะไร
ส่วนบันไดด้านขวาเขียนคำว่า “ทางเข้าชั้นที่ ๒” ที่ชั้นสองติดพระบรมฉายาลักษณ์ของรัชกาลที่ ๗ สลับกับผู้นำของประเทศจีนในสมัยนั้น คือ ดร.ซุนยัดเซ็น ส่วนด้านล่างลงมามีภาพหลายภาพ บางภาพเป็นหญิง ไม่แน่ใจว่าเป็นภาพผู้บริหารของประเทศจีนหรือว่าจะเป็นภาพดาราภาพยนต์ในสมัยนั้นก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังมีธงชาติไทยและธงชาติประเทศจีนห้อยด้วยเชือก
คนรุ่นเก่าบอกว่าภาพนี้คงตกแต่งเพื่อเฉลิมฉลองรัฐธรรมนูญ เพราะปกติด้านหน้าทางเข้าโรงหนังตงก๊กเป็นที่โล่งติดถนนท่าแพ ถัดจากถนนท่าแพเข้ามาใช้เป็นที่จอดรถจักรยาน รถจักรยานยนต์และสามล้อรับจ้าง ถัดมาด้านในเป็นร้านค้ามีที่ขายตั๋วอยู่ตรงกลาง
สมัยนั้นก่อนฉายภาพยนตร์นอกเหนือจากมีเพลงสรรเสริญพระบารมีและมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงแล้วยังมีภาพของ ดร.ซุนยัดเซ็น ผู้นำประเทศจีนอีกด้วย บ่งบอกว่าเจ้าของโรงหนังตงก๊กมีความศรัทธาในระบอบการปกครองระบบประชาธิปไตยและยังมีความรักในประเทศจีนบ้านเกิดอยู่มาก อาจเรียกว่า “ชาตินิยม” ก็คงไม่ผิดนัก
หากเปรียบเทียบมุมมองของผมโดยกรุงเทพฯ ในช่วงเวลาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงนิยมการถ่ายภาพยนตร์ และมีการสร้างโรงภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่อย่างเฉลิมกรุงด้วย
โดยสรุปย่อข้อเขียนเรื่องโรงภาพยนตร์ตงก๊กหรือศรีวิศาล ด้านหน้าวัดแสนฝาง เล่าผู้ที่ร่วมลงทุนเป็นกลุ่มชาวจีนหลายคน หุ้นส่วนหลักคือ นายเคียมถ่าย แซ่พัว นายเปงเล้ง แซ่เล้า เจ๊กเปงล้ง โตวิจักษ์ชัยกุล ระยะหลังโรงภาพยนตร์ศรีวิศาล เปลี่ยนชื่อเป็นโรงภาพยนตร์ควีน โดยผู้เช่าดำเนินการ คือ ร้อยเอกทองแขม สิทธิพงศ์ ต่อมาขายต่อให้ตระกูล “ชินวัตร” ทำกิจการโรงหนังอยู่ระยะหนึ่ง ซึ่งทำเป็นห้างสรรพสินค้าขายพวกผ้าไหม และเปลี่ยนเป็นบริษัทขายอุปกรณ์มือถือ
ปิดท้าย สถาปัตยกรรมโรงหนัง ที่เคยปรากฏภาพยุคบรรยากาศสมัยเริ่มประชาธิปไตย และความทรงจำ ระหว่างประชาธิปไตยไทยกับสาธารณรัฐชาตินิยมของจีน หายไป บัดนี้ ข้อถกเถียงประชาธิปไตยยังไม่จบในปัจจุบัน ครับ
*ภาพโรงภาพยนตร์ตงก๊กได้มาจากร้านรัตนผล ที่มาข้อมูลจากเว็บ อ้างอิงพ.ต.ท.อนุ เนินหาด ผู้สนใจเพิ่มเติมต้องหาหนังสือของเขามาดู ซึ่งผมเคยพบเขาที่บ้านลุงบุญเสริม ช่างภาพคนสำคัญของเชียงใหม่ ยังบอกว่าคนนี้เป็นผู้บันทึกประวัติศาสตร์เชียงใหม่ พิมพ์หนังสือเองด้วย ครับ
เชียงใหม่ในอดีต:โรงภาพยนตร์ตงก๊กหรือศรีวิศาล
http://muslimchiangmai.net/index.php?topic=3506.0
**ภาพประกอบจากนิตยสารศิลปวัฒนธรรมกับร.7พระราชกระแส..เรื่องการศึกษาในระบอบFascism..และบทความพระเจ้าช้างเผือก มีเรื่องโรงหนังเฉลิมกรุง ดูเพิ่มเติม ครับ
http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15265
19
ทีวีที่พูดกรอกหู จนรุ่นพี่เห็นหน้าประยุทธ์ทางทีวีบอกกวนตีน นี่เป็นความซับซ้อนซ่อนหาทาง..กลายเป็นโรดแมปปฏิรูปร่างรัฐธรรมนูญ นี่แหละ “ประยุทธ์ หยุดพาชาติหลงทาง ผ่านสื่อ” ครับ
ย้อนดูการวิเคราะห์สื่อ และตีความเรื่องการสร้างภาพยนตร์ จากประวัติศาสตร์รัฐบาลคณะราษฎร สร้างสถาบันทหารนั้นกระทำในหลายวิธี การใช้ภาพยนตร์ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ดำเนินไปอย่างได้ผล ภาพยนตร์ข่าวการปราบกบฎบวรเดช เป็นผลงานของสำนักงานโฆษณาการโดยหลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัต) และบริษัทถ่ายภาพยนตร์เสียงศรีกรุง ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เข้าไปบันทึกภาพจากเหตุการณ์สู้รบจริง ๆ และภาพยนตร์แสดงให้เห็นถึงชัยชนะของทหารผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญ ต่อทหารของฝ่ายกบฎที่ถูกอธิบายว่าเป็นศัตรูต่อรัฐธรรมนูญ ซึ่งทำให้ภาพทหารของรัฐธรรมนูญเด่นชัดขึ้น
อย่างไรก็ดี ภาพยนตร์ เรื่อง “เลือดทหารไทย” ก็ปรากฏสู่สายตาพลเมืองโดยภาพยนตร์ชุดนี้ถูกนำออกฉาย ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ปี พ.ศ.2477 โดยคณะพี่น้องวสุวัตได้รับการสนับสนุนอุดมการณ์จากรัฐบาลประชาธิปไตย เกี่ยวข้อง จอมพล ป. ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำออกฉายปี พ.ศ.2478 ซึ่งภาพยนตร์เรื่องนี้มุ่งหมายเพื่อเผยแพร่กิจการของกองทัพ ปลุกใจให้รักชาติ ปกป้องปฐพี และพิทักษ์รัฐธรรมนูญ โดยนำเสนอเป็นภาพยนตร์บันเทิงมีพระเอกนางเอกด้วย
ด้านหนึ่งของกิจการภาพยนตร์เป็นพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ และ ภาพยนตร์เสียงเรื่องแรกที่พี่น้องวสุวัต ประเดิมถ่ายทำได้แก่ภาพยนตร์ข่าว สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณ เสด็จนิวัต พระนคร ต่อมาภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ออกฉาย สู่สาธารณะที่ โรงภาพยนตร์พัฒนากร และเกิดการตื่นตัวทางภาพยนตร์ โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่มีเสียงพูด ชื่อว่า “หลงทาง” ออกฉายในวันขึ้นปีใหม่ของสยามขณะนั้น (ต่อมามีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่) และวันเริ่มต้นการเฉลิมฉลองพระนคร 150 ปีพอดี
ทั้งนี้ ร.7 ทรงได้อิทธิพลจากชนชั้นสูงของอังกฤษ ให้ชอบเสด็จไปล่าสัตว์และโปรดถ่ายภาพยนตร์เอาไว้ ก็ทรงห้ามไม่ให้เผยแพร่ เพราะเกรงคำครหานินทาของราษฎร ซึ่งชื่อหนังสือภาษาอังกฤษใช้คำว่า The Man Who Accused the King of Killing A Fish เพราะนรินทร์กลึงเขียนโจมตีร.7 ที่เสด็จไปตกปลาที่ประเทศอังกฤษ นี่เป็นภาพสะท้อนสื่อภาพยนตร์ อีกบทบาทหนึ่งของสื่อ ครับ
โดยสรุปอย่างย่อๆ ก่อนเปลี่ยนชื่อประเทศสยามเป็นไทยในปี พ.ศ. 2481 เห็นภาพยนตร์ในฐานะสื่อ ที่มีแนวคิดทฤษฎีวิเคราะห์ต่างๆนานา เช่น สื่อแพร่กระจายวัฒนธรรม และส่วนการวิเคราะห์กลุ่ม1.บทบาทตระกูลวสุวัตแห่งศรีกรุง ร่วมกับเจ้ามาร่วมกับฝ่ายทหาร(กลุ่มอื่น เช่น กลุ่มทุนจีน) 2.เกิดกลุ่มปรีดีภาพยนตร์ สร้างหนังเป็นทหารเพื่อสันติภาพอย่างหนังพระเจ้าช้างเผือก ในแง่ชาตินิยม : สันติสุข เสมอภาค อิสระภาพ”โดยมุมมองใหม่ของผม สะท้อนสภาพสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ กับกฎแห่งกรรมในชะตากรรม ด้วย
ฉะนั้น เมื่อกรอบวิเคราะห์-การตีความในลักษณะลัทธิทหารนิยมรัฐธรรมนูญ สร้างชาติ กับลัทธิทหารอำนาจนิยมแนวฟาสซิสม์ จะมาเคียงคู่กันในบริบทจอมพลป. ที่กลายเป็นเรื่องว่าเผด็จการฟาสซิสม์ นิยมนโปเลียน ฯลฯ ต่อมาฟาสซิสม์เป็นภัยร้ายของสงครามโลกครั้งที่สอง และแล้วบริบทปวศ.รายละเอียดเยอะ ขณะที่สถานการณ์ปัจจุบัน เห็นว่าทหารจากชนชั้นของราษฎร กลายเป็นอำมาตยาธิปไตย
*ข้อมูลจาก 24 มิถุนายน 2475: สงครามบนแผ่นฟิล์ม
http://www.prachatai.com/journal/2012/06/41129
**ข้อมูลบทความพระเจ้าช้างเผือกของผม และการถ่ายทำหนังพระเจ้าช้างเผือกบรรยากาศธรรมชาติในจังหวัดแพร่
http://www.prachatai.com/journal/2007/12/15265
http://www.prachatai.com/journal/2008/01/15326
*** ที่มาชื่อหนังสือภาษาอังกฤษใช้คำว่า The Man Who Accused the King of Killing A Fish https://www.facebook.com/notes/10151521275083353/
****ภาพประกอบหนังพระเจ้าช้างเผือกจากทางเน็ตกับโน้ตเพลง ที่มาสถาบันปรีดีฯ ครับ
http://www.pridiinstitute.com/autopage/show_page.php?h=43&s_id=9&d_id=23
*****ไอเดียบางส่วนจากหนังสือThailand : Origins of Military Rule
22
ผมเมากำลังจะหลับตา หลังสัมผัสลมหนาวผ่านมาครบรอบ10ปี ในปี2547 ที่เดินทางไปเชียงของ กับพวกหญิงสาว ที่ตอนนั้นกลุ่มคณะละครหุ่นเงา อีกคนหนึ่งเป็นคนถ่ายภาพให้ผมคู่กับสาว(น้องของเพื่อนผมอยู่ที่จ.น่าน) ในรูป ณ เกสต์ฮาวส์ ริมน้ำโขง ที่เชียงของ ซึ่งผมกำลังเริ่มต้นอย่างโรแมนติค(ฮร่า) สร้างสรรค์ต่อเนื่องเรื่องเล่าผ่านภาพแผนที่ในรอบสิบปีที่ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องแม่น้ำโขง หรือแม่น้ำของ
เมื่อย้อนกลับมาทบทวนบริบทของรูปแผนที่ในหนังสือ Siam Mapped: A History of the Geo-Body of a Nation ซึ่งผมกลับมาดูฉบับแปล คือ กำเนิดสยามจากแผนที่: ประวัติศาสตร์ภูมิกายาของชาติ
โดยผมเกิดผลของการคิดเรื่องข้อสังเกตคำว่าCorruption ในภาษาอังกฤษกับการแปลกลับมาคำว่าฉ้อราษฎรจากภาพแผนที่มีรูปคอมมิวนิสต์เวียดนาม ลาว และกัมพูชา ที่มีแม่น้ำโขง กำลังกลืนกินไทย กลับกันในปัจจุบันไทยไม่โดนคุกคามจากปัจจัยภายนอก แต่กำลังทำร้ายกันเอง รวมทั้งกลืนกินโกงติดสินบน ด้วย
ปิดท้าย บริบทของแผนที่นี้ ทำให้เห็นข้อสังเกตเวลาต่อมาของชะตากรรมช่วงยุคสงครามจีนสั่งสอนเวียดนาม(ลาว)-กัมพูชา ในบทเทวดาแห่งประวัติศาสตร์ในหนังสือชุมชนจินตกรรม บทสะท้อนว่าด้วยกำเนิดและการแพร่ขยายของชาตินิยม ในตอนปิดท้ายของหนังสือบทเทวดาแห่งประวัติศาสตร์(ฉบับพิมพ์ครั้งแรก) ดูที่ผมเคยเขียนไว้แล้ว
อย่างไรก็ตาม กรณีศึกษาของพื้นที่แห่งความทรงจำ โดยผมจะเขียนกล่าวจบอย่างสรุปสุดโรแมนติค มีรัก มีหวังหยุดคอรัปชั่น แม้อนาคตไม่แน่นอน
ราตรีสวัสดิ์ ครับ^^
*ครบรอบเขียนเรื่องภาพยนตร์พระเจ้าช้างเผือก7ปีผ่านไปและครบ10ปีหาทางเขียนสร้างสรรค์ผ่านภาพประกอบหนังสือthe creative processพร้อมรูปผมกับน้องสาวของเพื่อน
**ภาพประกอบแผนที่ไตรภูมิ-แม่น้ำของหรือโขง และหนังสือ Siam Mapped ฯลฯ
***ภาพแม่น้ำของ ที่ผมนำเป็นแนวคิด โดยมีข้อสังเกตคนนำเสนอเชื่อมโยงภูมิกายาของเวียดนามด้วย
https://leminhkhai.wordpress.com/2012/03/13/the-geo-body-of-vietnam/
****ข่าวปปช.กับพล.อ.เปรม ชี้ใครบอกแก้โกงไม่ใช่หน้าที่ถือไม่รักชาติ
*****น้ำโขงมีความหมาย = ? อืมอันนี้นิยามน่าจะตอบยาก ถ้าหมายความว่่าชื่อแม่น้ำโขง 1.น่าจะหมายถึงโค้ง ไม่ตรงตามตำนานเรื่องนาคสองฝ่ายทะเลาะกัน นาคฝ่ายหนึ่งเกิดแม่น้ำโขงกับปลาบึก และนาคฝ่ายสอง เกิดแม่น้ำน่าน 2.แม่น้ำไหลผ่านประเทศจีนมีชื่อเรียกว่า แม่น้ำหลานชางเจียง หรือ แม่น้ำล้านช้าง และเมื่อไหลผ่านเข้าเขตประเทศพม่า และประเทศลาว เรียกว่า แม่น้ำของ รวมถึงคำเมืองล้านนาก็เรียก แม่น้ำของ เช่นกัน แต่ในภาษาไทยเรียกว่า แม่น้ำโขง
ส่วนคำตอบที่3. ผมตอบง่ายว่าน้ำโขง มีความหมายกับปลา ไม่มีน้ำโขงไม่มีปลา หรือ น้ำโขงกับผู้คนใช้น้ำกัน ครับ
https://www.gotoknow.org/posts/289297
https://www.gotoknow.org/posts/255215
23 วันอังคาร
เดือนพ.ย.ผมร่วมเวทีเรื่องเกี่ยวกับองค์กรอิสระฯ ซึ่งประเด็นหลักคีย์เวริด์ผมพูดเรื่ององค์กรอิสระเป็นเสือกระดาษ เพราะตัวชี้วัด คือ พื้นที่สาธารณะอย่างสื่อได้ออกข่าวว่าองค์กรอิสระ โดยกรรมการสิทธิฯ สตง.(ตรวจเรื่องคอรัปชั่น)ยอมรับเป็นเสือกระดาษ ลองค้นดูคีย์เวริด์นี้ ครับ
ส่วนด้านข้อมูลองค์กร หลายเรื่องมาก กรณีกกต.จะทำไงให้มาตรฐานเท่าเกาหลีใต้ และปปช.จังหวัด จะพัฒนาให้ดีขึ้น เป็นภาพกว้างๆ น่ะครับ
เนื่องจากต่อยอดเวทีโดยโฟกัสยกตัวอย่างวิทยานิพนธ์ของผมอย่างสั้นๆในแง่โลกาภิวัตน์ –ชาติ สู่ท้องถิ่นกับอบต.(สู่อบท.) ทำให้เกิดพลวัตการกระจายอำนาจต้องมากขึ้น กรณีการจัดการรองรับการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนและชายแดนเป็นเรื่องเชิงทฤษฎีสั้นๆว่า ผลประโยชน์จากการพัฒนา ทำให้เกิดคอรัปชั่นอย่างข่าวพิพิธภัณฑ์ปลาบึก ที่ก่อสร้างในเขตเทศบาลตำบลเวียงเชียงของ ครับ
แต่สร้างมาแล้วใช้การไม่ได้ มีการทุจริตคอรัปชั่นเกิดขึ้น จนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)เข้ามาตรวจสอบเอาผิดกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)
โดยสรุปง่ายๆแล้ว 1.ผมคาดหวังว่าคอรัปชั่นเป็นเรื่ององค์กรอิสระ(เช่น สตง.ฯลฯ) จะทำให้หายไปได้ก็ดี 2.ภาวะน้ำท่วมปากทางการเมือง ทำให้คนยังไม่สามารถมีสิทธิมีเสียงแก้ปัญหาอย่างอิสระได้ง่าย 3.โครงร่างคร่าวๆ สำหรับหัวข้อ สตง.การตรวจสอบคอรัปชั่นพิพิธภัณฑ์ปลาบึกของอบท. สู่การสร้างงานศิลป์พิพิธภัณฑ์ปลาบึก นี่แหละจบเรื่องสร้างสรรค์Artครับ^^
*ภาพประกอบที่เขียนตอบงานแสดงความคิดเห็น จริงๆครุ่นคิดหนักเขียนไปสี่แผ่น ดูที่เรียบเรียงไว้มาเผยแพร่สองแผ่น โดยประยุกต์แนวคิดบางส่วนJürgen Habermas: bourgeois public sphere. ซึ่งผมเขียนไว้กับคุยอยากให้องค์กรอิสระฯ เพิ่มพื้นที่สาธารณะการจัดเวทีมีส่วนร่วมอย่างไม่เป็นทางการมากขึ้น โดยผมถ่ายภาพเก็บไว้เผื่อดัดแปลงเป็นบทความอย่างแนวคล้ายๆ กรณีเรื่องคอรัปชั่น-องค์กรอิสระกับประชาสังคมที่เคยได้ลงเนชั่น สุดสัปดาห์ ครับ
**ข่าวจากเชียงรายนิวส์ ปีที่27 ฉ.0473 ส.ค.2557 และภาพประกอบงานศิลปะ-ผุดพิพิธภัณฑ์ปลาบึกน้ำโขงฝีมือ อจ.เฉลิมชัย ใหญ่ที่สุดในโลก.
http://www.maesainewsonline.com/index.php?main=read&id=2322&CID=2
สตง.ตามบี้เช็กบิลทุจริตพิพิธภัณฑ์ปลาบึก ข้อมูลนสพ.นี้บอกงบ 9 ล้านบาท
http://www.thaipost.net/x-cite/060712/59202
***โน้ตไว้หลังจากหลายปีที่ผมเคยเขียนขอทุนอียู(EUหรือสหภาพยุโรป) และร่วมผ่านกระบวนการหลายอย่างกับทุนยูเสด(Usaid) ที่คาดหวังกับองค์กรอิสระฯลฯ ครับ
เน็ตผมอาการค้างอีกแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนหละกัน แถมเพลงคำถามซึ่งไร้คนตอบ นี้ครับhttps://www.youtube.com/watch?v=mVkMDcjSpMQ
26 วันศุกร์
เมื่อผมกับพรรคพวกคุยเรื่องงาน ก่อนนอนเลยจัดตามข่าววันศุกร์พบผู้นำ ทำให้ผมนึกถึงเรื่องนายกพูดเรื่องสึนามิ และข่าวพล.อ.ประยุทธ์ไปเมืองจีน ต่อมาคุยเรื่องรถไฟในภูมิภาค
กรณีสิบปีที่เขียนเรื่องปัญหาภาคใต้ในปี2547กับภาพความจำต่อรถไฟ มีเรื่องเล่าบางอย่างตอนที่ผมอายุ20 ปี เลียนแบบเพื่อนๆ หลายคน ที่ต่างออกเดินทางคนเดียว เป็นการเรียนรู้ และแสวงหาความหมายของชีวิต ปี42 (ละมั้ง) ยิ่งกว่าหนังเพื่อนสนิท ติสท์หนุ่มนั่งรถไฟจากเชียงใหม่ไปสุไหงโกลก พกหนังสือคำพิพากษาไปอ่านระหว่างการเดินทางและกล้องถ่ายรูป ผ่านพบเจอผู้คนร่วมขบวนรถไฟ และผมพบผู้คนระหว่างทางภาคใต้ท่าทางเหมือนผู้ก่อการร้าย สูบบุหรี่บนรถไฟ
จากนั่งรถหลายวัน มาถึงสถานีสุไหงโกลก ต่อมาผมคิดมากไม่รู้ไปไหนต่อ จึงซื้อตั๋วรถไฟกลับทันใดนั้นเอง นี่แหละความทรงจำหน้ารออีกสามสิบนาทีกลับกรุงเทพฯ ซึ่งผมเล่าเรื่องนี้คนส่วนใหญ่จะหัวเราะ น่ะครับ^^
ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องสุไหงโก-ลก ป่าและแม่น้ำ รวมทั้งเส้นทางรถไฟ-การตั้งเทศบาลตำบล ดูที่วิกิพีเดีย ครับ
*กฎอัยการศึก…บทเรียนจากชายแดนใต้(“100 ปีกฎอัยการศึก 10 ปี ณ ปาตานี”… ซึ่งเป็นวันครบรอบ 10 ปีการหายตัวไปของทนายสมชาย นีละไพจิตร และเป็นปีครบรอบ 100 ปีการบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ด้วย)
http://www.isranews.org/south-news/talk-with-director/item/29585-martial_29585.html
สิบปีสึนามิ
**ภาพประกอบบทความในนิตยสาร ที่เคยเขียนงานไว้ปี2547 ครับ
30
ช่วงใกล้ปีใหม่ เมื่อวันที่27ธันวา ที่ผ่านมา ทำให้ผมทบทวนเล่าเรื่องสบายๆ ดีๆในแง่คุยกับรุ่นน้องมีเรื่องที่สิบปีที่ผมกับรุ่นน้องที่ร่วมเขียนเรื่องภาคใต้ในวันก่อน ที่ผมจะเข้าวัดบุพพาราม ในแง่มุมที่ผมตอนทำวิทยานิพนธ์ช่วงปี2547 เราคุยกันหลายเรื่องมาก ปัญหาต่างๆ มากมายของสังคมไทยในปัจจุบัน แต่ส่วนตัวในแง่นั้น ทำให้ผมมาทบทวนเรื่องภาคเหนือ ซึ่งรุ่นน้องผม ทำเรื่องวิทยานิพนธ์ป.โทเรื่องรัฐไทใหญ่ เปรียบเทียบกับภาคเหนือของล้านนา(ปัจจุบันเรียนป.เอก) และผมเขียนวิทยานิพนธ์ป.โทเรื่องเชียงของ เกี่ยวกับปลาในแม่น้ำของ
ซึ่งผมช่วยงานโครงการย้อนรอยจิตรกรรมวัดอุโมงค์เชียงใหม่ แบบไม่ค่อยสนใจไตรภูมิในแง่แผนที่มากเท่าไหร่ โดยคนเชื่อมโยงเรื่องไตรภูมิกับSIAMMAPPEDDฯ คือ รุ่นน้องของผม ทั้งที่เค้าเรียนจบปริญญาตรีด้านเศรษฐศาสตร์ ด้วย
แน่ละนี่คือ ชะตากรรม ในแง่ที่เขาวันหนึ่งมาคุยเรื่องไตรภูมิภาพจิตรกรรรมแม่น้ำของ และปลา ทำให้ผมติสท์หนุ่มเห็นความเชื่อมโยงจินตนาการอันสร้างสรรค์ ก่อนหน้าเขาปีนี้ผมเจอเค้า ณ กรุงเทพฯ ก่อนบวชพระ และแล้วสำหรับปีหน้า ที่เล่ามาทั้งหมด นึกถึงว่าเขาย้ำๆ ว่าผมต้องไปงานแต่งงานของเขาให้ได้ ครับ^^(ฮร่า)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)